ปากกระจับ ศัลยกรรมปาก (Lip  Reshaping)


หน้าแรก บริการของเรา ปากกระจับ ศัลยกรรมปาก (Lip Reshaping)

ศัลยกรรมใบหน้า @ โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง กมล

ปากกระจับ ศัลยกรรมปาก (Lip Reshaping)



          ปากกระจับ  เป็นสัญลักษณ์ของความมีชีวิตชีวา เซ็กซี่  มีเสน่ห์ เย้ายวน  เป็นที่ปรารถนาของทุกๆคนริมฝีปากของชาวเอเชียโดยทั่วไปมักจะหนา ซึ่งรูปลักษณะริมฝีปากที่คนไทยนิยม  คือริมฝีปากที่มีความอวบอิ่ม ไม่หนาเกินไป ริมฝีปากบนมีรอยหยักเป็นปากกระจับ และมีสีชมพูระเรื่อดูสุขภาพดี คนไทยจึงนิยมศัลยกรรมปาก โดยทำปากบาง และทำปากกระจับมากที่สุด  

 

วิธีการผ่าตัดปากกระจับ  ให้ปากสวยงามอวบอิ่ม เซ็กซี่ มีหลายทางเลือก  ได้แก่

  1. ผ่าตัดปากหนาให้เป็น ปากบาง  ( Lip reduction )
  2. ผ่าตัดยกริมฝีปากบน  (Upper lip lift )
  3. เสริมริมฝีปากให้หนาขึ้น (Lips Enhancement )
  4. ผ่าตัดยกมุมปาก แก้ไขปากคว่ำ ( Corner lip lift )
  5. ผ่าตัดแก้ไขรูปทรงริมฝีปากบนล่าง

 

 ผู้ที่เหมาะสมทำศัลยกรรม ปากกระจับ

  • คนที่มีริมฝีปากที่ไม่สวยงาม  ไม่อวบอิ่ม
  • ปากไม่ได้รูปทรง
  • มุมปากตก ( ปากคว่ำ )
  • ปากพิการจากกำเนิด หรือ อุบัติเหตุ

 

ลักษณะของริมฝีปากที่ดี

          ต้องอวบอิ่ม มีขอบ มีหยัก มุมปากทั้งสองข้างต้องมีลักษณะตรง หรือช้อนขึ้นเล็กน้อย และได้รูป เหมาะสมกับขนาดของใบหน้า เช่น ใบหน้าใหญ่ควรมีรูปปากกว้าง ใบหน้าอ้วนควรมีริมฝีปากหนา ใบหน้าเล็กควรมีริมฝีปากบางหรือเล็ก เวลาหุบปาก ริมฝีปากบนและล่างต้องปิดสนิท มีรอยพับย่นเป็นระเบียบ รอยพับย่นนี้เปรียบเหมือนสปริงเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในขณะที่พูด ยิ้ม หัวเราะ หรือ ร้องไห้ ริมฝีปากจะต้องมีสีอมชมพู มีความชุ่มชื้น และมีประกายสดใสเป็นธรรมชาติตลอดเวลา 

1. ศัลยกรรมปากหนาให้บาง / ทำปากบาง (Lips Reduction)

          เป็นการศัลยกรรมผ่าตัดทำปากบาง เพื่อลดขนาดริมฝีปากบนหรือล่างที่หนาให้บางลง และได้รูป ลักษณะของแผล จะอยู่ในริมฝีบาง ดังแสดงตามภาพ เย็บด้วยไหมละลาย ประมาณ 7-10 วัน ไหมจะหลุดออกไปเอง ถ้ายังหลุดไม่หมด สามารถตัดออกได้

แสดงภาพก่อนหลังตำแหน่งแผลผ่าตัดลดขนาดริมฝีปาก

ภาพที่ 1. แสดงภาพก่อนหลังตำแหน่งแผลผ่าตัดลดขนาดริมฝีปาก

 

2. ศัลยกรรมผ่าตัดยกริมฝีปากบน / ทำปากกระจับ (Upper Lips Lift )

          เป็นการศัลยกรรมปรับแต่งริมฝีปากบนที่ตกลงมาปิดฟันบนจนหมด เวลายิ้ม หรือเวลาพูดจะไม่เห็นฟันบน และเห็นแต่ฟันล่าง ทำให้สัดส่วนระหว่างปลายจมูกและปากบนยาวเกินไป ตามปกติระยะระหว่างขาจมูก (Conlumella) ถึงริมฝีปากบนจะมีระยะประมาณ 12-15 มิลลิเมตร ถ้ายาวเกินไปจะปิดฟัน ทำให้ยิ้มไม่สวย การยกริมฝีปากบนทำให้ระยะระหว่างปลายจมูกและริมฝีปากบนสั้นขึ้น โดย 1. ตัดหนังส่วนเกินบริเวณใต้ฐานจมูกประมาณ 3-4 มิลลิเมตร โดยตัดโค้งไปตามรูปร่างของปีกจมูกข้างหนึ่ง ไปปีกจมูกอีกข้างหนึ่ง หลังจากนั้นจะเย็บดึงผิวหนังและกล้ามเนื้อใต้รูจมูกขึ้นไป โดยให้ริมฝีปากบนอยู่สูงกว่าขอบฟังบนประมาณ 3-4 มิลลิเมตร ดังรูป

 

การผ่าตัดยกริมฝีปาก มี 2 แบบ

1. มีแผลอยู่ที่ใต้จมูกดังรูป

แสดงภาพก่อนหลังการผ่าตัดยกริมฝีปากบนแผลอยู่ที่ใต้มุมปาก

รูปที่ 2.  แสดงภาพก่อนหลังการผ่าตัดยกริมฝีปากบนแผลอยู่ที่ใต้มุมปาก

 

2. มีแผลอยู่ที่ขอบริมฝีปากบนดังรูป

แสดงภาพก่อนหลังการผ่าตัดยกริมฝีปากบนแผลอยู่ที่ขอบริมฝีปากบน

รูปที่ 3.  แสดงภาพก่อนหลังการผ่าตัดยกริมฝีปากบนแผลอยู่ที่ขอบริมฝีปากบน

 

 

ขั้นตอนการผ่าตัดศัลยกรรมปาก

1. สามารถใช้ยาชา หรืออาจจะให้ยานอนหลับเล็กน้อย
2. วาดจุดตำแหน่งและความกว้างของผิวหนังที่จะตัดออก
3. ตัดหนังส่วนเกินออก
4. เย็บชั้นผิวหนังด้านในด้วยไหมละลาย
5. เย็บผิวหนังด้านนอก ซึ่งจะต้องตัดไหมหลังผ่าตัด 5-6 วัน

 

3. ศัลยกรรมเสริมริมฝีปาก (Lips Enhancement)

เพื่อปรับรูปร่างริมฝีปากบนหรือล่างที่บางเกินไป ให้ดูอวบอิ่ม และได้รูปทรงที่สวยงาม

 

การเสริมริมฝีปากมีหลายวิธี

3.1 การเสริมริมฝีปากโดยการฉีดฟิลเลอร์

          เป็นวิธีที่นิยม เนื่องจากไม่ได้ต้องเปิดแผล จึงไม่มีรอบเย็บ และไม่ต้องฉีดยาชา ชึ่งสารฟิลเลอร์ที่นิยมใช้เป็นสารฟิลเลอร์ในกลุ่ม  Hyaluronic  acid คือ Restylane®, JuvedermTM โดยปกติแล้ว ฟิลเลอร์ที่เติมไปจะค่อยๆ สลายไป จะคงอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน หลังจากนั้นจะต้องไปฉีดใหม่ เนื่องจากสารฟิลเลอร์นั้นได้สลายหมดไป

ภาพแสดงการเสริมริมฝีปากโดยการฉีดฟิลเลอร์

ภาพที่ 4. ภาพแสดงการเสริมริมฝีปากโดยการฉีดฟิลเลอร์ 

 

ข้อดี คือ ทำได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนาน และมีโอกาสช้ำเขียวได้น้อย

ข้อเสีย คือ จะต้องไปฉีดซ้ำบ่อยๆ ทำให้สิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่าย และมีโอกาสแพ้สาร Hyaluronic acid ได้

 

3.2 การผ่าตัดเสริมริมฝีปากด้วย Alloderm

          เป็นที่นิยมมากในการเสริมริมฝีปากให้อวบอิ่ม สามารถเพิ่มขนาด และรูปทรงของริมฝีปากให้งดงามอย่างธรรมชาติ Alloderm เป็นวัสดุที่ทำมาจากธรรมชาติ โดยเป็นชั้นของผิวหนังบางๆ ที่ผ่านกระบวนการนำ Antigen และ Antibody ออก ซึ่งจะไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านเนื้อเยื่อออกจากร่างกาย จึงไม่ทำให้เกิดการแพ้ โดยจะเหลือแต่โครงตาข่ายของโปรตีน และคอลลาเจน การผ่าตัดจะใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ และมีรอยแผลดังภาพ ไหมที่เย็บจะมีเพียงแค่ 2 จุดเท่านั้น โอกาสที่จะเกิดอาการบวมช้ำมีน้อยมาก และสามารถคงรูปร่างได้มากกว่า 5 ปี

ภาพแสดงก่อนหลังการผ่าตัดใส่ Alloderm

ภาพที่ 5. ภาพแสดงก่อนหลังการผ่าตัดใส่ Alloderm 

 

3.3 การเสริมริมฝีปากแบบใช้วัสดุสังเคราะห์

          เป็นการใช้วัสดุสังเคราะห์ต่างๆ ในการเสริมริมฝีปากเช่น Gore-Tex, SoftForm เป็นวัสดุที่ทำมาจาก Polyetrafluoro-ethylene (e-PTFE) ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ทำหลอดเลือดเทียม จะมีความยืดหยุ่นสูง เนื่องจากเป็นวัสดุสังเคราะห์และมีรูพรุน จึงทำให้มีโอกาสที่จะติดเชื้อ หรือร่างกายอาจจะไม่ยอมรับได้

 

3.4  การเสริมริมฝีปากโดยฉีดไขมันตัวเอง (Fat Graft)

          เป็นการดูดเอาไขมันมาจากส่วนอื่นของร่ายกาย เช่น หน้าท้อง ใต้ท้องแขน มาปั่นแยกเอาเฉพาะไขมันมาฉีดใส่ที่ปาก เพื่อให้ปากอูมอิ่ม

ข้อดี เป็นเนื้อเยื่อจากร่างกายของเราเอง

ข้อเสีย เกิดการสลายของไขมันที่เราฉีดเข้าไป อาจจะหายไปบางส่วน ทำให้รูปทรงของปากไม่สมดุลได้

 

4.  การผ่าตัด แก้ไขมุมปากตก หรือปากคว่ำ ( Corner Lip Lift )

          มุมปากตกมักจะเกิดจาก ความเหี่ยวย่นของใบหน้าและรอบๆมุมปากทำให้มุมปากตกลงกว่าเดิม และมักจะมีน้ำลายไหลออกมาที่มุมปาก  ส่วนปากคว่ำ มักจะเป็นรูปทรงของปากมาแต่กำเนิด  การผ่าตัดยกมุมปาก  โดยการผ่าตัดเป็นแผลเล็กๆที่มุมปากด้านใน ตัดเอาเสื้อบางส่วนออกเล็กๆและเย็บเข้าหากัน บางคนแพทย์อาจะต้องเย็บกล้ามเนื้อขึ้นด้วย เพื่อให้มุมปากยกขึ้นเหมือนปากยิ้ม

ภาพแสดงก่อนหลังการผ่าตัดยกมุมปาก

ภาพที่ 6. ภาพแสดงก่อนหลังการผ่าตัดยกมุมปาก

 

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้หลังผ่าตัด ปากกระจับ

ริมฝีปากเป็นส่วนที่ไวต่อการสัมผัสมากที่สุดของร่างกาย  หลังการผ่าตัดปากกระจับอาจจะมีอาการดังต่อไปนี้

  • แผลผ่าตัดแดง
  • มีอาการบวมที่แผลผ่าตัด
  • ปวดเล็กน้อยบริเวณแผล  2-3 วันแรกหลังการผ่าตัด
  • อาจจะมีอาการชาที่ริมฝีปากได้
  • ช้ำเขียว
  • เลือดคั่ง
  • แผลสมานช้า
  • ริมฝีปากไม่เท่ากัน อาจจะต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัดครั้งที่สอง
  • ผลข้างเคียงอื่นๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้แต่น้อยมากได้แก่ การติดเชื้อ   มีแผลเป็น  เลือดออกบริเวณแผลผ่าตัด เกิดการบวมอย่างรุนแรงใ

 

การดูแลหลัง การผ่าตัดปากกระจับ

  1. ให้ประคบเย็นหลังการผ่าตัด 24 ชั่วโมงแรก  ช่วยลดอาการปวด และบวม
  2. นอนหมอนสูง   2 -3  วัน เพื่อช่วยลดบวม
  3. ตัดไหมหลังผ่าตัด 7 วัน ถ้าเป็นไหมละลาย  2 อาทิตย์แล้ว ละลายไม่หมดให้มาตัดไหม
  4. รับประทานอาหารอ่อน  งดอาหารเค็ม   1 อาทิตย์ ทำแผลให้สะอาดหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง
  5. ทำความสะอาดแผลให้สะอาด ไม่ให้มีคราบเลือดเกาะ ไม่ต้องปิดแผล
  6. ไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง

 

การพักฟื้น หลังการผ่าตัดปากกระจับ

การผ่าตัด  ปากกระจับ เป็นศัลยกรรมง่ายๆ ไม่ซับซ้อนจะฟื้นตัวเร็วกว่าการทำศัลยกรรมความงามอื่นๆ สามารถกลับไปทำงานได้หลังผ่าตัด 1 อาทิตย์ สามารถออกกำลังกายได้หลังผ่าตัด 2 อาทิตย์

 

 


รูปก่อนและหลัง ปากกระจับ ศัลยกรรมปาก (Lip Reshaping)




See more



รีวิว ศัลยกรรมปาก




Name

Country
Email

Mobile No.

Whatsapp / Viber / Skype / Line etc.

Detail