ศัลยกรรมตา ทำตาสองชั้น แก้ตาสองชั้น | โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง กมล


หน้าแรก บริการของเรา ผ่าตัดตาสองชั้น / ตาตก / แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Eyelid Surgery, Blepharoplasty)

ศัลยกรรมหน้า @ โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง กมล

ผ่าตัดตาสองชั้น / ตาตก / แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Eyelid Surgery, Blepharoplasty)



          “ ตา ”  หรือ ดวงตา เป็นอวัยวะที่แสดงออกถึงสภาวะอารมณ์  และความรู้สึก ออกมาทางแววตา และสีหน้า โดยคนทั่วไปจะชอบดวงตาที่ กลมโตสดใส สวยงามแบบหงษ์ ที่มี ตาเรียวยาว หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย

          ศัลยกรรมตา ที่นิยมของคนไทยคือการผ่าตัดตาสองชั้น เนื่องจากคนไทยเชื้อสายจีน มีตาเล็ก ชั้นเดียว แต่สำหรับผู้ที่มีตาสองชั้นอยู่แล้วก็อาจมีปัญหาอีกแบบ เช่น ชั้นตาไม่ชัดเพราะมีชั้นไขมันหนาที่เปลือกตา จึงต้องผ่าตัดตาสองชั้น   ผู้ที่มีปัญหาหนังตาตก ซึ่งสามารถแก้ไขด้วยการผ่าตัดกล้ามเนื้อตาบน นอกจากนี้บางคนที่ปัญหารอยเหี่ยวย่นหรือมีถุงไขมันใต้ดวงตา  การแก้ไขหางตาตก หางตาชี้มากไปเรา  การศัลยกรรมตาช่วยแก้ไขได้ แต่ต้องเลือกศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์จริงๆในการทำศัลยกรรมตา 

          โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล ขอนำเสนอการทำศัลยกรรมตา หลากหลายเทคนิค   เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกปรับแต่งดวงตาให้มีขนาด รูปทรง สวยงาม  เหมาะสมกับใบหน้าของแต่ละคน ดังรายละเอียด ต่อไปนี้

 

1. ศัลยกรรมตาสองชั้น( Double eyelid surgery )

          เป็นการทำศัลยกรรมตายอดนิยมของคนเอเชีย เนื่องจากตามีขนาดเล็ก ตาชั้นเดียว หรือมีตาสองชั้นที่ชั้นตาไม่ชัด   มีไขมันที่เปลือกตาหนาจึงต้องการทำ ศัลยกรรมตาสองชั้น โดยมีเทคนิคการผ่าตัดตาสองชั้น 2 เทคนิคคือ

1.1 ศัลยกรรมตาสองชั้น แบบแผลกรีด ( Open technique)

ขั้นตอนการทำตาสองชั้นแบบแผลกรีด มีดังนี้

  • ศัลยแพทย์จะกำหนดตำแหน่งของรอยพับของชั้นตา ซึ่งจะสูงจากขอบขนตาขึ้นไปประมาณ 8-10 มิลลิเมตร แล้ววาดตำแหน่งแผลที่จะกรีดเอาผิวหนังส่วนเกินบริเวณนั้นออกโดยคนไข้แต่ละคนจะมีการเอาผิวหนังส่วนเกินของหนังตาบนออกไม่เท่ากัน ตามความหย่อนคล้อยของคนไข้แต่ละคน
  • ฉีดยาชาบริเวณตำแหน่งที่กำหนดไว้ประมาณ 5 นาที
  • กรีดแผลตามรอยที่วาดไว้แล้วตัดหนังออก เปิดแผลเพื่อตัดเอาไขมันออกบางส่วน
  • เย็บชั้นกล้ามเนื้อเปลือกตาและเย็บชั้นผิวหนัง แล้วปิดแผล โดยมีขั้นตอนดังรูปที่ 1

ข้อดีของการศัลยกรรมตาสองชั้น แบบแผลกรีด

  • สามารถเก็บหนังตาส่วนเกินออกได้
  • เย็บกล้ามเนื้อที่เปลือกตาให้กระชับแข็งแรงขึ้น
  • เหมาะสำหรับคนไข้ทุกคน สามารถแก้ไขกล้ามเนื้อตาตกได้

ข้อเสียของการศัลยกรรมตาสองชั้น แบบแผลกรีด

  • อาจจะมีแผลเป็นได้
  • ระยะการพักฟื้นอาจจะนานกว่าแบบเจาะ

แสดงขั้นตอนการศัลยกรรมตาสองชั้นแบบแผลกรีด

รูปที่ 1. แสดงขั้นตอนการศัลยกรรมตาสองชั้นแบบแผลกรีด

 

1.2  ศัลยกรรมตาสองชั้น แบบแผลเจาะ (Suturing technique) กำหนดจุดที่ชั้นตา 6 จุด เพื่อเย็บสอดด้วยไหม ตามรอยที่กำหนดและผูกปมใว้ใต้ผิวหนัง เทคนิคนี้ดี เพราะไม่มีแผล แต่ถ้าคนที่มีหนังตาตกมาก หนังเหลือเยอะ ไม่สามารถทำแบบวิธีนี้ได้  

ขั้นตอนการทำศัลยกรรมตาสองชั้นแบบเจาะ

  • กำหนดแนวรอยพับของเปลือกตาบน วาดเป็นแนวจากหัวตาไปหางตา
  • กำหนดจุดที่ชั้นตา 6 จุด ระยะห่างเท่าๆกัน
  • ฉีดยาชาบริเวณที่กำหนด
  • สอดไหมจากหางตาไปหัวตาโดยสอดไหมขึ้นลงผ่านกล้ามเนื้อเปลือกตา ผ่านจุดที่กำหนด จากนั้นสอดไหมเส้นเดียวกันจากหัวตาไปหางตาผ่านจุดที่กำหนด
  • ดึงไหมให้แน่นพอดี ผูกปมไหมที่หางตา ฝังลงไปที่เปลือกตา ดังรูปที่ 2

ข้อดีของการศัลยกรรมตาสองชั้น แบบแผลเจาะ

  • ไม่มีแผลเป็น
  • ไม่ต้องตัดไหม
  • พักฟื้นเร็ว
  • เหมาะสำหรับคนที่มีตาชั้นเดียว หรืตาสองชั้นที่ไม่ชัด

ข้อเสียของการศัลยกรรมตาสองชั้น แบบแผลเจาะ

  • ไม่สามารถใช้กับคนที่มีหนังตาบนตก หรือมีหนังตาเหลือต้องตัดออก

แสดงขั้นตอนการทำศัลยกรรมตาสองชั้น แบบแผลเจาะ

รูปที่ 2. แสดงขั้นตอนการทำศัลยกรรมตาสองชั้น แบบแผลเจาะ

 

2. ศัลยกรรมตาตก กล้ามเนื้อตาตก (Eye Ptosis Surgery)

          เกิดจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ส่วนใหญ่มีสาเหตุจากความพิการแต่กำเนิดหรือเกิดจากความชรา วิธีการผ่าตัดมีหลายวิธี ขึ้นกับสภาวะอาการและความรุนแรง และสาเหตุความผิดปกติอื่นๆร่วมด้วยในกรณีที่มีอาการไม่มาก สามารถแก้ไขด้วยวิธียกกระชับกล้ามเนื้อตา (Levator plication) หากมีอาการรุนแรงต้องแก้ไขด้วยการใช้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากยืดลงมาเย็บกับขอบตา เพื่อช่วยเปิดตาให้กว้างขึ้น (Frontalis advancement) ดังรูปที่ 3

แสดงขั้นตอนการทำศัลยกรรมตาตก กล้ามเนื้อตาตก

รูปที่ 3. แสดงขั้นตอนการทำศัลยกรรมตาตก กล้ามเนื้อตาตก

 

3. ศัลยกรรมตาล่าง (Lower Eyelid Surgery)

          เกิดจากความเสื่อมสภาพของผิวหนังและเนื้อเยื่อ ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อย เกิดการสะสมไขมันใต้ตาล่าง แล้วมองเห็นเป็นถุงห้อยลงมาอย่างชัดเจน ในบางกรณีอาจเกิดกับคนอายุน้อยซึ่งเป็นความเสื่อมที่เกิดจากกรรมพันธุ์ การผ่าตัด มี 2 เทคนิคคือ

3.1 ศัลยกรรมตาล่าง แบบเจาะ (Transconjunctiva incision) เทคนิคนี้เหมาะสมกับคนที่มีอายุน้อยแล้ว มีถุงใต้ตาใหญ่ เพราะคนอายุน้อยกล้ามเนื้อตาล่างยังกระชับดี ผิวหนังไม่หย่อนคล้อย  การเปิดแผลด้านในเปลือกตา ต้องหยอดยาชาประมาณ 3-5 นาที ให้ด้านในตาล่างชาก่อน แล้วฉีดยาชาด้านในเปลือกตาล่าง   กรีดแผลเล็กๆประมาณ 5-7 มิลลิเมตร  เจาะถุงไขมัน ดึงก้อนไขมันออก ใช้เครื่องจี้หยุดเลือด แล้วเย็บด้วยไหมละลายด้านใน ดังรูปที่ 4

แสดงขั้นตอนการทำ ศัลยกรรมตาล่าง  แบบเจาะ

รูปที่ 4. แสดงขั้นตอนการทำ ศัลยกรรมตาล่าง  แบบเจาะ

ข้อดีของการศัลยกรรมตาล่าง แบบแผลเจาะ

  • ไม่มีแผลเป็น
  • ไม่ต้องตัดไหม
  • พักฟื้นเร็ว
  • เทคนิคนี้เหมาะสมกับคนที่มีอายุน้อยแล้ว มีถุงใต้ตาใหญ่

ข้อเสียของการศัลยกรรมตาสองชั้น แบบแผลเจาะ

  • ไม่สามารถใช้กับคนที่มีหนังตาล่างหย่อน และเป็นถุง หรือมีหนังตาล่างเหลือต้องตัดออก

 

 

3.2 ศัลยกรรมตาล่าง แบบแผลกรีด (Open lower eyelid surgery) เหมาะกับ ในผู้มีอายุมาก มีถุงไขมันห้อย ร่วมกับ ผิวหนังและกล้ามเนื้อหย่อนคล้อย โดยมีขั้นตอนการผ่าตัดด้วยการเปิดแผลบริเวณใต้ขอบตาล่าง  แล้วตัดก้อนไขมันออกให้ แบนราบ  เย็บกระชับกล้ามเนื้อตาล่าง ตัดผิวหนังส่วนเกินออกแล้วเย็บปิดแผล   ดังรูปที่ 5

แสดงขั้นตอนการทำ ศัลยกรรมตาล่าง แผลกรีด

รูปที่ 5. แสดงขั้นตอนการทำ ศัลยกรรมตาล่าง แผลกรีด

ข้อดีของการศัลยกรรมตาล่างแบบแผลกรีด

  • สามารถเก็บหนังตาล่างส่วนเกินออกได้
  • เย็บกล้ามเนื้อที่เปลือกตาล่างให้กระชับแข็งแรงขึ้น
  • เหมาะสำหรับคนไข้ทุกคนที่ต้องการเอาถุงไขมันใต้ตาออก

ข้อเสียของการศัลยกรรมตาสองชั้น แบบแผลกรีด

  • อาจจะมีแผลเป็นได้
  • ระยะการพักฟื้นอาจจะนานกว่าแบบเจาะ

 

4. ศัลยกรรมเปิดหัวตา (Epicanthoplasty)

          ในกรณีที่มีผิวหนังส่วนหัวตามากเกินไป ผิวหนังปิดบังหัวตาทำให้รูปตาดูสั้น และผิวหนังระหว่างหัวตาสองข้างดูกว้างเกินไป การผ่าตัดเปิดหัวตาจึงทำให้รูปตาดูยาวและกว้างขึ้น   โดยการกรีดผิวหนังที่หัวตา เพื่อเปิดหัวตาให้กว้างขึ้น ตัดผิดหนังส่วนเกินออก และเย็บปิดแผล  ทำให้ มีดวงตาจะสว่างสดใส มีชีวิตชีวา

โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมลมีการศัลยกรรมเปิดหัวตา 3 เทคนิค ดังนี้

4.1 ศัลยกรรมเปิดหัวตา แผล W ดังรูปที่ 6.

ข้อดี การเปิดแผลหัวตาแบบ W กรีดผิวหนังที่หัวตา เพื่อเปิดหัวตาให้กว้างขึ้น ตัดผิดหนังส่วนเกินออก และเย็บปิดแผล เป็นรูปตัว W ที่หัวตา เหมาะกับคนที่มีหนังที่หัวตาเหลือเยอะมากกว่าแบบอื่นๆ ต้องการเปิดหัวตาให้กว้างๆ

ข้อเสีย วิธีนี้ อาจจะเห็นแผลเป็นมีรอยยาวกว่าวิธี Z และ V

แสดงขั้นตอนการทำ ศัลยกรรมเปิดหัวตา แผล W

รูปที่ 6. แสดงขั้นตอนการทำ ศัลยกรรมเปิดหัวตา แผล W

 

4.2  ศัลยกรรมเปิดหัวตา แผล Z ดังรูปที่ 7 

ข้อดี การเปิดแผลหัวตาแบบ Z กรีดผิวหนังที่หัวตา เพื่อเปิดหัวตาให้กว้างขึ้น ตัดผิดหนังส่วนเกินออก และเย็บปิดแผล เป็นรูปตัว Z ที่หัวตา เหมาะกับคนที่มีหนังที่หัวตาเหลือเยอะปานกลาง เมื่อเทียบกับแบบอื่นๆ ต้องการเปิดหัวตาให้กว้างๆ

ข้อเสีย วิธีนี้ อาจจะเห็นแผลเป็นมีรอยยาวกว่าวิธี เปิดหัวตาแบบ V  แต่น้อยกว่าวิธีเปิดหัวตาแบบ W

แสดงขั้นตอนการทำ ศัลยกรรมเปิดหัวตา แผล Z

รูปที่ 7. แสดงขั้นตอนการทำ ศัลยกรรมเปิดหัวตา แผล Z

 

4.3 ศัลยกรรมเปิดหัวตา แผล V ดังรูปที่ 8

ข้อดี การเปิดแผลหัวตาแบบ V กรีดผิวหนังที่หัวตา เพื่อเปิดหัวตาให้กว้างขึ้น ตัดผิดหนังส่วนเกินออก และเย็บปิดแผล เป็นรูปตัว V ที่หัวตา เหมาะกับคนที่มีหนังที่หัวตาเหลือเยอะปานกลาง เมื่อเทียบกับแบบอื่นๆที่ต้องการเปิดหัวตาให้กว้างๆ

ข้อเสีย วิธีนี้ อาจจะเห็นแผลเป็นรูปตัว V แต่สามารถซ่อนรอยแผลเป็นได้ดีกว่าวิธีอื่นๆ

แสดงขั้นตอนการทำ ศัลยกรรมเปิดหัวตา แผล V

รูปที่ 8. แสดงขั้นตอนการทำ ศัลยกรรมเปิดหัวตา แผล V

 

 

5. ศัลยกรรมหางตา ( Lateral Canthoplasty)

          คือ การผ่าตัดแก้ไข หางตาตก หางตาแคบ สั้น  หางตาเชิดเฉียงมากเกินไป  การศัลยกรรมหางตา เปิดหางตา มีหลายเทคนิค เช่น การยกหางตาให้ขึ้น  และการปรับหางตาให้ต่ำลง และ ปรับหางตาให้ยาวและโตขึ้น

5.1 ศัลยกรรม เปิดหางตา (Lateral Canthoplasty) กรณีที่รูปตาดูสั้นไม่ได้สัดส่วนกับใบหน้า การเปิดหางตาร่วมกับเปิดหัวตา  โดยการกรีดขอบหางตาเพื่อดึงขอบตาออกไปด้านข้างประมาณ 2-3 มิลลิเมตรตัดผิวหนังส่วนเกิน และเย็บปิดแผล  จะทำให้รูปตาดูกลมโต กว้างขึ้นไปอีกเล็กน้อย ทำให้ดวงตาดูมีเสน่ห์สดใสมากขึ้น  รูปที่ 7.

ข้อดี ของการศัลยกรรมเปิดหางตาด้านข้าง เพื่อขยายหางตาด้านข้างออกไปให้กว้างขึ้น เหมาะกับคนตาเล็ก หางตาสั้น มีขนาดไม่เหมาะสมกับใบหน้า

ข้อเสีย อาจจะมีแผลเป็น

แสดงขั้นตอนการทำ ศัลยกรรมเปิดหางตา

รูปที่ 9. แสดงขั้นตอนการทำ ศัลยกรรมเปิดหางตา

 

5.2 ศัลยกรรมยกหางตา  (Canthopexy) หางตาที่ชี้ลงทำให้ดวงตาดูเศร้า และดูมีอายุแก่เกินวัยเพราะผิวหนังบริเวณหางตาหย่อนคล้อยลงมาเร็วกว่าปกติ การผ่าตัดยกหางตาขึ้นจะช่วยทำให้ตาดูสดชื่นและดูอ่อนวัย การผ่าตัดยกหางตามักจะต้องทำร่วมกับการผ่าตัดตาสองชั้น เย็บเส้นเอ็นขอบตาล่างย้ายขึ้นไปเย็บกับขอบกระดูกเบ้าตาด้านข้างให้สูงกว่าเดิมประมาณ 5 มิลลิเมตร  จัดแต่งรูปทรงตาให้สวยงาม  แล้วตัดผิวหนังส่วนเกินออกไป  แบบเดียวกับการศัลยกรรมตาสองชั้น ดังรูปที่ 8.

ข้อดี ของการศัลยกรรมยกหางตาขึ้น เพื่อยกหางตาให้สูงขึ้น เหมาะกับคนตามีขนาดปกติแต่หางตาตก แก้ไขดวงตาเศร้า

ข้อเสีย อาจจะมีแผลเป็น

แสดงขั้นตอนการทำ ศัลยกรรมยกหางตา

รูปที่ 10. แสดงขั้นตอนการทำ ศัลยกรรมยกหางตา

 

5.3 ศัลยกรรมดึงหางตาลง (Canthal lowering) กรณีที่หางตาชี้ขึ้นมากเกินไปจนดูผิดธรรมชาติที่มักเกิดในคนเอเชียตะวันออก สามารถผ่าตัดแก้ไขด้วยการย้ายหางตาให้ต่ำลงมากว่าเดิมประมาณ 3-4 มิลลิเมตร โดยการกำหนดตำแหน่งบริเวณด้านนอกขอบตาบนและล่าง   กรีดแผลด้านข้างบริเวณขอบตาบนและล่างตัด   จัดแต่งรูปทรงหางตาให้สวยงาม แล้วตัดหนัง ส่วนเกินบริเวณขอบตาล่างด้านนอก แล้วเย็บปิดแผล

ข้อดี ของการศัลยกรรมดึงหางตาลง เพื่อให้หางตาให้ต่ำลง เหมาะกับคนตามีขนาดปกติแต่หางตาชี้มากไป เหมือนตาคนเชื้อชาติจีน เกาหลีเพื่อปรับแต่งตาให้มีรูปทรงและขนาดที่เหมาะสมกับใบหน้า

ข้อเสีย อาจจะมีแผลเป็น

แสดงขั้นตอนการทำ ศัลยกรรมดึงหางตาลง

รูปที่ 11. แสดงขั้นตอนการทำ ศัลยกรรมดึงหางตาลง

 

การเตรียมตัวก่อน การทำศัลยกรรมตา

  1. ปรึกษาแพทย์ เพื่อสอบถามและขอคำแนะนำร่วมกับความคาดหวังที่ต้องการจากการทำศัลยกรรมตา  ผลการผ่าตัดจะเป็นแบบไหน ศัลยแพทย์จะได้อธิบายขั้นตอน และขบวนการผ่าตัดให้รับทราบก่อนการผ่าตัด โดยจะมีการตรวจสุขภาพ และถ่ายรูปก่อนผ่าตัด
  2.  หยุดยาที่รับประทานประจำ เช่น Wafarin , Aspirin , Ibuprofen , Naproxen หรือสมุนไพรต่างๆที่ทำให้เลือดออกง่าย และควรปรึกษาศัลยแพทย์ว่าควรจะหยุดยาตัวไหนบ้าง หยุดก่อนผ่าตัดตากี่วัน ที่จะมีผลต่อการผ่าตัด
  3. หยุดการสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้แผลหายช้า
  4. วางแผนเตรียมคนดูแลขับรถกลับบ้าน หลังผ่าตัดตาเสร็จ

 

การดูแลหลังการศัลยกรรมตา 

  1. หลังผ่าตัดตา 2-4 ชั่วโมงแรก ให้ประคบน้ำแข็ง หรือ Gel pack เพื่อให้หลอดเลือดหดตัว และดูอาการป้องกันผลแทรกซ้อนต่างๆ ที่จะตามมาที่ห้องพักฟื้นของ โรงพยาบาล สามารถกลับบ้านได้หลังการพักฟื้น 2-4 ชั่วโมง เมื่อกลับบ้านสามารถประคบเย็นต่อที่บริเวณตาประมาณ 4-5 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมงแรก
  2. สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัดตาให้นอนศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวม ห้ามยกของหนัก ห้ามว่ายน้ำ ห้ามวิ่ง ห้ามแอโรบิก ห้ามใช้คอนแทคเลนส์ ห้ามขยี้ตา หลีกเลี่ยงยาที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือดเช่น Aspirin, Ibuprofen, Naproxen
  3. ให้หลีกเลี่ยง การไอ หรือจาม แบบรุนแรง เพื่อป้องกันภาวะเลือดออก( Bleeding)หลังการผ่าตัดตา
  4. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มี รสเค็ม เพื่อป้องกันการบวม และหลีกเลี่ยง การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่
  5. หลังจาก 24 ชั่วโมง ให้แกะ พลาสเตอร์ ที่ปิดไว้ออกได้ ให้ทำความสะอาดใบหน้า ด้วยผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดเบาๆ
  6. หลังจากผ่าตัด 2 วัน ให้ล้างหน้าเบาๆด้วยน้ำสบู่อ่อนได้
  7. หลังผ่าตัด 5 วัน ตัดไหม
  8. หลังตัดไหม 3 วัน นวดรอยแผลผ่าตัดจากหัวตาไปหางตาเบาๆ เพื่อให้แผลนิ่มเร็ว

 

ความเสี่ยง  และภาวะแทรกซ้อน หลังการศัลยกรรมตา

  • อาจเกิดเลือดคั่ง (Heamatoma) บริเวณตาบนหรือตาล่าง
  • อาจมีเลือดออก (Bleeding)
  • อาจเกิดรอยแผลเป็นได้
  • ความปวดหลังการผ่าตัด
  • ช้ำ บวม เขียว
  • อาจเกิดการระคายเคือง หลังการผ่าตัดตา แพ้แสง บวม ช้ำ เจ็บหลังการผ่าตัดประมาณ 2-3 วัน
  • ถ้ามีอาการเหล่านี้ให้รีบมาพบแพทย์ทันที รู้สึกหายใจไม่เต็มปอด, แน่นหน้าอก, อัตราการเต้นของหัวใจไม่ปกติ, เจ็บปวดอย่างรุนแรง, มีเลือดออก, มีปัญหาการมองเห็น

 

การพักฟื้นหลังจากศัลยกรรมตา

          หลังการผ่าตัด จะมีการบวมช้ำ 2-3 วันแรก หลังจากนั้น อาการบวมจะยุบลง 5 วันตัดไหม 7 วันหลังผ่าตัด สามารถกลับไปทำงานได้ ออกกำลังกายได้หลังผ่าตัด 1 เดือน แต่แผลจะหายบวม และเข้าที่จริงๆ ประมาณ 2-3 เดือน

 

ผลการศัลยกรรมผ่าตัดตาบน ตาล่าง

          ส่วนใหญ่คนที่ผ่าตัดตาสองชั้น แก้ไข ตาตก แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง  และ ผ่าตัดถุงใต้ตา จะรู้สึกว่าอายุน้อยลง มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น


รูปก่อนและหลัง ผ่าตัดตาสองชั้น / ตาตก / แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Eyelid Surgery, Blepharoplasty)


See more


รีวิว ผ่าตัดตาสองชั้น / ตาตก / แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Eyelid Surgery, Blepharoplasty)




Name

Country
Email

Mobile No.

Whatsapp / Viber / Skype / Line etc.

Detail