ศูนย์ปลูกผม ศัลยกรรมปลูกผม รักษาผมร่วง

ปลูกผม และรักษาผมร่วง @ โรงพยาบาลกมล

สรรสร้างงาน ศัลยกรรมปลูกผม ดั่งงานศิลป์

ปลูกผม และรักษาผมร่วง
@ โรงพยาบาลกมล
สรรสร้างงาน ศัลยกรรมปลูกผม ดั่งงานศิลป์

บริการปลูกผมของเรา




ศูนย์ศัลยกรรมปลูกผมและรักษาผมร่วง โรงพยาบาลศัลยกรรมและตกแต่งกมล เรามีผู้เชี่ยวชาญในการดูแลรักษา ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน เราให้บริการศัลยกรรมทั้งปลูกผมถาวรโดยไม่ต้องผ่าตัดด้วยวิธีการปลูกผมแบบเจาะ (FUE Hair Transplants) และการปลูกผมด้วยการผ่าตัดแบบมีแผลเย็บ (FUT Hair Transplants) การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้นและเซลล์เพื่อรักษาหัวล้าน (PRP (Platelet-Rich Plasma)) หรือการรักษาด้วยยา รวมถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ในการดูแลเส้นผม ตามความเหมาะสมและสาเหตุของการเกิดปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านในแต่ละบุคคล

รูปภาพเกี่ยวกับการปลูกผม

วีดีโอเกี่ยวกับการปลูกผม

   

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกผม

พันธุกรรมเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของผมร่วง ยีนที่เกี่ยวข้องกับการหลุดร่วงของเส้นผมสามารถได้รับจากพ่อหรือแม่ หรือทั้งสองท่านผู้ชายจะได้รับผลกระทบเป็นส่วนใหญ่ ด้วยผลของฮอร์โมนเพศชาย (เทสโทสเตอโรน) กระตุ้นการทำงานของยีนนี้ให้เกิดผมร่วง

การปลูกผม เป็นการศัลยกรรมย้ายเซลล์รากผมหรือที่เรียกว่ากราฟท์ (Grafts) จากท้ายทอยจนถึงด้านข้างของศีรษะ โดยเทคนิคการปลูกผมแบ่งออกเป็น 2 วิธีคือ FUT (Follicular Unit Transplantation) และ FUE (Follicular Unit Extraction) เมื่อได้เซลล์รากผมแล้ว จึงนำกลับมาปลูกบริเวณด้านหน้า หรือตรงกลางหนังศีรษะที่ต้องการ

การปลูกผมเราจะทำการย้ายเซลล์รากผมจากบบริเวณท้ายทอยและขมับทั้งสองข้าง เนื่องจากเป็นผมถาวรที่ไม่ได้รับอิทธิพลจากพันธุกรรม หรือจากฮอร์โมนเพศชาย โดยสามารถเห็นผลรักษาชัดเจน ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย สามารถสร้างเส้นผมใหม่แทนที่ผมที่ร่วงบางไป

ค่าใช้จ่ายในการปลูกผมขึ้นอยู่กับจำนวนกอผม(กราฟท์) ที่ต้องการปลูก การประเมินค่าใช้จ่าย สามารถทำได้โดยเข้ามารับการประเมินจากแพทย์ที่คลินิกโดยตรง หรือ ส่งรูปของท่านผ่านทาง email รูปถ่ายเพื่อรับการประเมินจะต้องเป็นรูปดังนี้ หน้าตรง ก้มหน้า ด้านข้างซ้าย-ขวา และด้านหลัง

ได้ผลจริง โดยผมที่ทำการปลูกจะถูกย้ายมาจากบริเวณท้ายทอย ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ที่จะทำให้ผมร่วง แล้วย้ายมาปลูกได้ในบริเวณที่ต้องการ ผมที่ทำการย้ายมาปลูก จะมีคุณลักษณะเหมือนผมเดิมทุกประการ สามารถขึ้นได้ตามปกติ

ระยะเวลาโดยเฉลี่ยที่จะได้ผลพึงพอใจคือ 8- 10 เดือน ระยะแรกหลังการผ่าตัด เส้นผมจะร่วงไปก่อนโดยรากผมจะ เข้าสู่ระยะพักประมาณ 4 เดือน จึงเริ่มงอกขึ้นมาใหม่ อัตราการยาวของเส้นผมจะเท่ากับเส้นผมปกติตามธรรมชาติ ดังนั้น ระยะเวลาที่ผมจะยาวทันกันและให้ผลปรากฏที่สวยงาม จึงอยู่ที่ประมาณ 8-10 เดือน

พบประมาณ 30% จะเริ่มขึ้นหลังผ่าตัด 3 เดือน, 40% หลังผ่าตัด 4 เดือน, 50% หลังผ่าตัด 5 เดือน, 60% หลังผ่าตัด 6 เดือน, 70% หลังผ่าตัด 7 เดือน และ 80% หลังผ่าตัด 8 เดือน ผมที่ทำการปลูกแล้วประมาณ 8 เดือน จะมีการโตอย่างต่อเนื่อง คุณจะพบว่าผมใหม่โตเต็มที่ใน 12 เดือน

ผมที่ปลูกจะมีอัตราการรอดชีวิตที่ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ผู้ป่วยที่รับการผ่าตัดปลูกผมจะมีผมขึ้นแน่นอน แต่ความหนาแน่นและความพึงพอใจขึ้นกับจำนวนกราฟท์และพื้นที่ที่ทำการปลูก ในส่วนนี้แพทย์จะให้คำแนะนำเมื่อเข้ารับการปรึกษาอีกครั้ง

วิธีเดียวเท่านั้นที่จะรู้ได้แน่นอนคือ การรับการปรึกษากับศัลยแพทย์ปลูกผม โดยทั่วไปคนที่อายุน้อย เช่น ช่วงวัยรุ่นหรือประมาณอายุ 20 ต้นๆ อาจจะไม่เหมาะสมเพราะว่า เป็นการยากที่จะประเมินถึงการเกิดผมร่วงที่อาจมีมากขึ้นในอนาคต สำหรับปัจจัยอื่นที่แพทย์จะพิจารณา คือ ปริมาณผมที่จะนำมาปลูก ขอบเขตของพื้นที่ที่ผมร่วง ประวัติครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับผมร่วง ลักษณะของเส้นผมแต่ละคน และความคาดหวังของคนไข้

คนส่วนใหญ่จะรู้สึกไม่เจ็บมาก คุณอาจจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเมื่อฉีดยาชาที่หนังศีรษะ และเมื่อเริ่มรู้สึกชาแล้ว ก็จะไม่มีอาการเจ็บโดยการฉีดยาชาสามารถทำการฉีดซ้ำได้ เมื่อคนไข้เริ่มรู้สึกเจ็บ

จำนวนของการผ่าตัดขึ้นกับ 1. พื้นที่ของหนังศีรษะที่ต้องรับการปลูกผม 2. จำนวนและขนาดของกราฟท์ที่ต้องใช้ 3. ความหนาแน่นของเส้นผมที่คนไข้ต้องการ 4. ลักษณะเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละคน เช่น คนที่มีเส้นผมหนาใหญ่จะให้ความหนาแน่นของเส้นผมมากกว่าคนที่เส้นผมเล็ก การประเมินจำนวนของการผ่าตัดนั้นสามารถปรึกษาได้กับศัลยแพทย์ปลูกผม เมื่อมารับการตรวจ

โดยทั่วไปคุณควรจะรอให้ผมที่ปลูกแล้ว 8 ถึง 12 เดือน ขึ้นอย่างเต็มก่อนที่จะตัดสินใจ รับการผ่าตัดปลูกผมอีกครั้งเพื่อเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผม

การผ่าตัดปลูกผมมีความเสี่ยงค่อนข้างน้อย เนื่องจากเป็นการผ่าตัดในชั้นผิวหนัง เหมือนกับการผ่าตัดเล็กที่ใช้ยาชาเฉพาะที่โดยความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
1. อาการชาเฉพาะที่จากยาชาที่ฉีด ซึ่งอาการชาที่เกิดขึ้นนั้นจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ประมาณ 1 ถึง 2 เดือน หลังผ่าตัด

2. แผลอักเสบติดเชื้อบริเวณที่แผลผ่าตัด และบริเวณที่ปลูกผมสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลความสะอาดของแผลตามคำแนะนำของแพทย์ และสามารถรักษาได้ด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ

3. การแพ้ยาชาเฉพาะที่ สามารถเกิดขึ้นได้ แต่พบได้ไม่มาก อย่างไรก็ตามทางโรงพยาบาลของเราจะมีการเฝ้าระวังไว้เพื่อผู้ป่วยตลอดเวลาที่ทำผ่าตัด โดยใช้อุปกรณ์ตรวจวัดความดันโลหิต, อัตราการเต้นของหัวใจ, สภาวะของออกซิเจนในเลือด รวมถึงมีการเตรียมอุปกรณ์และยาที่จำเป็นสำหรับการรักษาภาวะดังกล่าว

การบวมหลังผ่าตัดสามารถเกิดขึ้นได้ โดยปกติหลังผ่าตัดจะมีการให้ผู้ป่วยสวมสายรัดบริเวณหน้าผาก (Head Band) ประมาณสามถึงห้าวัน เพื่อป้องกันและลดการบวมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ผู้ป่วยยังสามารถใช้การประคบเย็นบริเวณที่เกิดการบวมครั้งละประมาณสิบนาที และพักสิบนาทีสลับกัน โดยทำอย่างน้อยสามวัน รวมถึงการนอนศีรษะสูงประมาณ 45 องศา จะช่วยลดการบวมได้ดีเช่นกัน

การบวมหลังผ่าตัดสามารถเกิดขึ้นได้ โดยปกติหลังผ่าตัดจะมีการให้ผู้ป่วยสวมสายรัดบริเวณหน้าผาก (Head Band) ประมาณสามถึงห้าวัน เพื่อป้องกันและลดการบวมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ผู้ป่วยยังสามารถใช้การประคบเย็นบริเวณที่เกิดการบวมครั้งละประมาณสิบนาที และพักสิบนาทีสลับกัน โดยทำอย่างน้อยสามวัน รวมถึงการนอนศีรษะสูงประมาณ 45 องศา จะช่วยลดการบวมได้ดีเช่นกัน