ผ่าตัดแก้ไขหน้าอก (Breast implant revision)


หน้าแรก บริการของเรา ผ่าตัดแก้ไขหน้าอก (Breast implant revision)

Breast Surgery @ โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง กมล

ผ่าตัดแก้ไขหน้าอก (Breast implant revision)



         การผ่าตัดเสริมหน้าอก/ทำนม ที่สวยงามจะขึ้นอยู่กับความสมดุลของขนาด รูปทรง ตำแหน่งของหัวนม และความสมส่วนของสรีระร่างกาย อย่างไรก็ตาม การศัลยกรรมเสริมหน้าอกก็มีข้อจำกัดจากหลายสาเหตุเช่น ความยืดหยุ่นกล้ามเนื้อและผิวหนัง หรือของ โครงสร้างหน้าอกในแต่คนไม่เหมือนกัน  ขณะเดียวกันการเลือกของศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีทักษะและประสบการณ์ที่ไม่ดีพอ ก็อาจทำให้การเสริมหน้าอกครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวัง การผ่าตัดเพื่อแก้ไขหน้าอกที่เสริมมาแล้วจึงเป็นสิ่งจำเป็น

         การผ่าตัดแก้ไขหน้าอก เป็นการแก้ไขเพื่อปรับรูปทรง ที่เป็นผลจากการผ่าตัดเสริมหน้าอกครั้งก่อน ปัญหาที่ต้องแก้ไขมีหลายสาเหตุ เช่น การมีขนาดและรูปทรงที่ผิดปกติ เพื่อให้ได้รูปทรงใหม่ที่สวยงามดูดีขึ้น

 

ทำไมต้องแก้ไขหน้าอกที่เคยเสริมมาแล้ว ?

          หน้าอกที่เสริมมาแล้วถ้าสวยงามดีคงไม่มีใครอยากแก้ไข  แต่เป็นเพราะหน้าอกที่ได้ไม่สวยงาม รวมถึงความผิดปกติของรูปทรงและตำแหน่งที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ การผ่าตัดแก้ไขหน้าอกของโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล เราจะมาวิเคราะห์ถึงปัญหาและความต้องการของคนไข้ แล้วเลือกแนวทางในการแก้ไขที่คาดว่าจะได้ผลการผ่าตัดจะดีที่สุดสำหรับคนไข้แต่ละท่าน   ปัญหาหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก ที่ทำให้ต้องแก้ไขมีดังนี้

          1. ปัญหาขนาดเต้านม  (Size problems)

          บางคนอาจจะต้องการเปลี่ยนแปลงขนาดเต้านมให้ใหญ่ขึ้น หรือเล็กลงกว่าที่เคยเสริมมาครั้งแรก กรณีที่ ต้องการแก้ไขเปลี่ยนขนาดเต้านมเทียมจากที่ใหญ่เกินไปให้เล็กลง การแก้ไขจะต้องคำนึงถึงผิวหนังที่เหลือและจะทำให้เต้านมห้อยตกลงมากว่าปกติ ในกรณีนี้ศัลยแพทย์อาจจะพิจารณาแก้ไขเสริมเต้านมร่วมกับการยกกระชับหน้าอก 

          ในกรณีที่ผู้หญิงบางท่านต้องการแก้ไขหน้าอกโดยเพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้น ศัลยแพทย์จะพิจารณาตำแหน่งที่วางของถุงเต้านมเดิม ถ้าถุงเต้านมเดิมวางอยู่ใต้กล้ามเนื้อ ศัลยแพทย์ก็จะใช้ตำแหน่งใต้กล้ามเนื้อนี้ ขยายโพรงเดิมเพื่อใส่เต้านมเทียมอันใหม่ แต่ถ้าเต้านมเทียมอันเดิม อยู่ใต้เนื้อนมศัลยแพทย์จะเปลี่ยนตำแหน่งที่วางถุงเต้านมเทียมใหม่ให้มาอยู่ใต้กล้ามเนื้อแทน พร้อมกับเลาะเอาเนื้อเยื้อพังผืดที่ห่อหุ้มถุงเต้านมเทียมเดิมออกให้หมด เพื่อป้องกันการเกิดนมสองชั้น (Bubble effect) 

 

          2. ปัญหาถุงเต้านมเทียมแตกหรือรั่ว (Leakage and Ruptured)

           ถุงเต้านมเทียมที่เป็นวัสดุทางการแพทย์ก็เหมือนกับผลิตภัณฑ์ทั่วๆไป ที่อาจะเกิดการแตกและรั่วได้ ซึ่งเกิดในกรณีที่ถุงเต้านมเทียมเป็นถุงน้ำเกลือ บริเวรตำแหน่งวาวล์มีโอกาสรั่วซึมได้สูงจะทำให้น้ำเกลือค่อยๆซึมออกจากถุง ทำให้ขนาดเต้านมข้างที่มีการรั่วซึมจะแฟบลง ทำให้ขนาดของเต้านมสองข้างไม่เท่ากัน ต้องรีบผ่าตัดเปลี่ยนถุงเต้านมเทียมทันที ในกรณีที่มีการแตกของถุงเต้านมซิลิโคน จะดูยากมากเพราะซิลิโคนที่ซึมออกมาจะอยู่ในเนื้อเยื้อที่ห่อหุ้มถุงเต้านมเทียมอยู่ ถ้าสงสัยความผิดปกติที่เกิดขึ้นจะต้องตรวจสอบจาก เครื่องอัลตราซาวน์ เครื่องตรวจเต้านม (Mammogram ) หรือจากเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หลังจากนั้นก็จะมีการเอาถุงเต้านมเทียมออก แล้วใส่เต้านมเทียมอันใหม่เข้าไปแทน 

 

          3. ปัญหาเกิดพังผืดที่ห่อหุ้มถุงเต้านมเทียมรัดตัว (Capsular Contracture)

          ปัญหาพังผืดที่ห่อหุ้มเต้านมเทียม จากปฏิกริยาของร่างกายที่สร้างเนื้อเยื้อออกมาห่อหุ้มสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย   เนื้อเยื้อพังผืดจะมีการพัฒนาเพิ่มความหนา เหนียว แข็ง แล้วพัฒนาไปสู่การรัดถุงเต้านมเทียมทำให้ถุงเต้านมเทียมไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ทำให้เกิดเต้านมผิดรูป แข็ง และเจ็บ การผ่าตัดแก้ไขพังผืดห่อหุ้มถุงเต้านมเทียมรัดตัว   โดยศัลยแพทย์จะผ่าตัดเอาเนื้อเยื้อพังผืดรอบๆถุงเต้านมเทียมออกให้หมด แล้วเปลี่ยนตำแหน่งวางเต้านมเทียมใหม่

ปัญหาเกิดพังผืดที่ห่อหุ้มถุงเต้านมเทียมรัดตัว (Capsular Contracture)

รูปที่ 1. ปัญหาเกิดพังผืดที่ห่อหุ้มถุงเต้านมเทียมรัดตัว

 

          4. นมลอย/ นมสูง (Upward position Implant)

          เกิดจากการเสริมเต้านมแล้ว  ถุงเต้านมเทียมลอยสูงกว่าตำแหน่งปกติ จึงทำให้คนไข้ต้องการที่แก้ไขให้ตำแหน่งของเต้านมเทียมต่ำลงมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ในกรณีนี้ศัลยแพทย์จะทำการตัดหรือเลาะเอาพังผืดออก และขยายโพรงให้ต่ำลงมา โดยอาศัยตำแหน่งของหัวนมเป็นจุดศูนย์กลางของถุงเต้านมเทียมอันใหม่ 

นมลอย/ นมสูง(Upward position Implant)

รูปที่ 2. ปัญหานมลอย/ นมสูง

 

          5. นมห่าง (Cleavage Breast)

          หลังจากผ่าตัดเสริมหน้าอก/ทำนมมาแล้ว  ทำให้มองเห็นว่าเต้านมสองข้างอยู่ห่างกันมากเกินไป การผ่าตัดแก้ไขนมห่าง  ทำได้โดยการเปิดแผลใต้ราวนมแล้วเปิดขยายโพรงเข้าสู่แนวกึ่งกลางของทรวงอกมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เย็บลดขนาดความกว้างด้านข้างของโพรงเดิม เพื่อขยับแนวตำแหน่งของเต้านมเทียมใหม่ เข้าสู่แนวเส้นกลางหน้าอกมากขึ้น ผลการผ่าตัดจะทำให้ร่องหน้าอกแคบลงกว่าเดิม

 

          6. นมตก (Bottoming out of breast)

          หลังผ่าตัดเสริมนม ถุงเต้านมเทียมอยู่ในระดับที่ต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับตำแหน่งของหัวนม ซึ่งเป็นผลมาจากการผ่าตัดที่สร้างโพรงใส่ถุงเต้านมเทียมต่ำมากเกินไป หรือเกิดจากกล้ามเนื้อหน้าอกมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นน้อย ทำให้ระดับถุงเต้านมเทียมต่ำกว่าระดับที่ควรจะเป็นและมีหัวนมชี้ขึ้น ในกรณีนี้ต้องเปิดแผลบริเวณใต้ราวนมเพื่อเย็บกระชับกล้ามเนื้อด้านในขอบล่างของเต้านมให้สูงขึ้น เพื่อให้ตำแหน่งเต้านมเทียมที่ใส่เข้าไปใหม่สูงขึ้นได้ระดับเหมาะสมกับตำแหน่งหัวนม

นมตก (Bottoming out of breast)นมตก (Bottoming out of breast)

รูปที่ 3. ปัญหานมตก

 

          7. เนื้อนมเป็นริ้วๆ (Rippling)

          หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก/ทำนม  เนื้อนมเป็นริ้วๆ สามารถมองเห็นได้ชัด ซึ่งเกิดจากคนที่มีผิวหนังและกล้ามเนื้อบาง การแก้ไขทำได้ 2 วิธีโดย การฉีดไขมันเสริมเข้าไปบริเวณที่เป็น เพื่อเพิ่มปริมาณความหนาของเนื้อเยื้อใต้ผิวหนังนั้น อีกวิธีหนึ่งโดยใช้วัสดุที่เรียกว่า เนื้อเยื้อเทียม หรือ Acellular Dermal Matrix (ADM) ซึ่งเป็นวัสดุที่ทำจากผิวหนังมนุษย์แล้วไปย่อยสลายโปรตีนออก นำไปวางบริเวณที่ต้องการแล้วจะมีเนื้อเยื้อเติบโตขึ้นมาเสริมความหนาตรงบริเวณที่วางเนื้อเยื้อเทียม(ADM)ไว้ เพื่อเติมเต็มเนื้อเยื้อในบริเวณนั้น 

 

          8. นมแฝด ( Symmastia Uniboob)

          หรือ นมชิดกัน หลังจากการผ่าตัดเสริมหน้าอก/ทำนม อาจจะมีลักษณะที่เต้านมชิดกันมากเกินไป แทบไม่มีร่องอก ขณะเดียวกันตำแหน่งของหัวนมก็ชี้ออกด้านข้าง การผ่าตัดแก้ไขทำโดยเปิดแผลใต้ราวนมแล้วขยายโพรงให้ออกไปด้านข้างมากขึ้น แล้วเย็บแก้ไขกล้ามเนื้อด้านในร่องหน้าอก  ทำให้หน้าอกมีร่องกว้างขึ้น

นมแฝด ( Symmastia Uniboob)

รูปที่ 3. ปัญหานมแฝดหรือ นมชิดกัน

 

          9. ถอดซิลิโคนเต้านมออกเนื่องจากกังวลการเป็นมะเร็งชนิด BIA-ALCL (Breast implant Associated - Anaplastic Large Cell Lymphoma)

          เป็นมะเร็งที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของคนไข้เอง แต่ไม่ใช่ชนิดเดียวกับมะเร็งเต้านม โดยทั่วไปจะพบมีอาการหลังจากการเสริมเต้านมประมาณ 1ปีขึ้นไป บางท่านอาจพบอาการหลังจากเสริมไปได้ 8-10ปี อาการดังกล่าวได้แก่ หน้าอกใหญ่ขึ้น,เจ็บ,หน้าอกไม่เท่ากัน,มีก้อนที่ต่อมน้ำเหลือหรือใต้รักแร้,ผิวหนังแดง,นมแข็ง หรือรู้สึกว่ามีน้ำเหลืองอยู่ในเต้านมเยอะ ถ้าหากมีอาการดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่งให้รีบพบแพทย์ทันที ให้รีบทำการวินิจฉัย ว่าเป็น BIA-ALCLหรือไม่ ถ้าพบว่าใช่ ให้เข้าสู่ขบวนการรักษา จะต้องถอดเต้านมเทียมออกพร้อมกับเอาเนื้อเยื้อที่หุ้มเต้านมเทียมออกให้หมด

 

ผู้ที่เหมาะสมจะผ่าตัดแก้ไขเสริมหน้าอก / ทำนม

  • มีความกังวลจาก ขนาด รูปทรงของผลการผ่าตัดเสริมหน้าอกที่ผ่านมา
  • นมแข็งผิดรูป
  • มีร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง
  • มีความคาดหวังอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง
  • สุขภาพจิตที่มั่นคง เพราะการผ่าตัดศัลยกรรมอาจส่งผลกระทบต่อสภาวะทางจิตใจของผู้ป่วยได้
  • ไม่อยู่ในภาวะตั้งครรภ์

 

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดแก้ไขเสริมหน้าอก / ทำนม

  1. ปรึกษาศัลยแพทย์ถึงสิ่งที่คาดหวัง และผลการผ่าตัดที่จะเป็นไปได้ ซึ่งคนไข้จะต้องระลึกเสมอว่า การผ่าตัดแก้ไขจะซับซ้อนและยุ่งยากกว่าการผ่าตัดครั้งแรก  การผ่าตัดแก้ไขมีหลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับสาเหตุและความต้องการของคนไข้ แพทย์จะอธิบายตำแหน่งของแผล ขนาด รูปทรงอย่างละเอียด และทำการตรวจสุขภาพ ตรวจร่างกาย  Chest x ray, ตรวจเลือด  ตรวจ  EKG, Stress test ถ้าอายุเกิน 40 ปี เพื่อผ่าตัดโดยการวางยาสลบ
  2. หยุดการสูบบุหรี่ ก่อนและหลังผ่าตัด 2 อาทิตย์
  3. หยุดยา ที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดเช่น แอสไพริน หรือวิตามินบางชนิด สมุนไพรก่อนการผ่าตัด  2 อาทิตย์

 

ขั้นตอนการผ่าตัดแก้ไขเสริมหน้าอก / ทำนม

          พึงระลึกเสมอว่าการผ่าตัดครั้งที่สองจะยากกว่าการผ่าตัดครั้งแรก ด้วยหลายสาเหตุอย่างเช่น ความหนาและเหนียวของเนื้อเยื้อที่ห่อหุ้มถุงเต้านมเทียม ในคนไข้แต่ละคนที่แตกต่างกันไป การเอาเนื้อเยื้อส่วนนี้ออกอาจจะทำให้เนื้อนมบางส่วนหายไป มันจะเป็นนการยากที่จะคาดเดาผลลัพธ์การผ่าตัด รวมถึงความยืดหยุ่นของเนื้อเยื้อและกล้ามเนื้อในคนไข้แต่ละคน จึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของศัลยแพทย์ที่ทำการแก้ไขหน้าอกให้กลับมาสวยงาม ดูดีขึ้น โดยมีขั้นตอนการผ่าตัดแก้ไขเสริมเต้านมมีดังนี้

  1. คนไข้ดมยาสลบ
  2. วิธีการผ่าตัดแก้ไขเสริมหน้าอกขึ้นอยู่กับชนิดของสาเหตุและปัญหา อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดต้องเปลี่ยนถุงเต้านมเทียมใหม่ทุกครั้ง บางกรณี อาจจะมีการเอาเนื้อเยื้อที่ห่อหุ้มเต้านมเทียมออก มีการเปลี่ยนขนาดรูปทรงและตำแหน่งของโพรงเต้านมเทียมหรือบางกรณีอาจจะมีการผ่าตัดยกกระชับด้วยในเวลาเดียวกัน
  3. เย็บปิดแผลภายในด้วยไหมละลาย
  4. เย็บปิดแผลที่ผิวหนังแล้วรอดูผล

ระยะเวลาในการผ่าตัดประมาณ 1-4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปัญหาความซับซ้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งแรก

 

การดูแลแผลหลังผ่าตัดแก้ไขเสริมหน้าอก / ทำนม

การดูแลแผลหลังผ่าตัดแก้ไขเสริมเต้านม จะมีการดูแลแผลคล้ายๆกับการผ่าตัดเสริมเต้านม แต่จะมีความหลากหลายกว่าดังนี้

  • รักษาความสะอาด ทำแผลให้แห้ง 2-3 วัน หลังผ่าตัด
  • อาจจะใช้เจลเย็นประคบเพื่อลดการบวม
  • เวลานอนให้ยกตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อช่วยอาการช้ำบวม
  • รับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง
  • ตัดไหม 7 วันหลังผ่าตัด
  • พบแพทย์ทุกครั้งที่มีการนัดหมาย
  • สวมเสื้อรัดหน้าอกเพื่อยกกระชับรักษาตำแหน่งของเต้านม ช่วยลดอาการบวม และป้องกันการสะสมของน้ำเหลือง
  • ห้ามยกของหนักใน 6 อาทิตย์แรกหลังผ่าตัด
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนัง 2 อาทิตย์แรก

 

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัดแก้ไขเสริมหน้าอก/ทำนม

ทุกๆการผ่าตัดอาจจะมีปัญหาภาวะแทรก การผ่าตัดแก้ไขเต้านมอาจจะเกิดปัญหาภาวะแทรกซ้อนได้เช่นกัน ดังนี้

  • แผลเป็นที่มองเห็นชัด เช่น แผลเป็นนูน แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid)
  • เลือดออก (Bleeding)
  • หน้าอกเขียวช้ำ (Bruising)
  • อาการปวดหลังการผ่าตัด (Pain)
  • แผลสมานตัวช้า (Poor healing)
  • เต้านมสองข้างอาจมีขนาด ตำแหน่ง และรูปทรง ไม่เท่ากัน
  • ภาวะติดเชื้อ ให้สังเกตุว่าถ้ามีอาการร้อน แดง บวมที่เต้านมจนอาจจะนำไปสู่การมีไข้ อาจจะเกิดการติดเชื้อให้รีบพบแพทย์ทันที (Infection)
  • ความรู้สึกบริเวณหัวนมเปลี่ยนแปลงหรือชา  (Decreased or Lost Sensation)
  • ภาวะพังผืด (Capsular contracture) ทำให้นมแข็ง ผิดรูปร่าง และต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขได้
  • ซิลิโคนเหลว หรือน้ำเกลือ แตกรั่วออกจากถุงซิลิโคน
  • การย่นตัวเป็นคลื่นของผิวหนังที่ขอบของเต้านม
  • ปัญหาที่เกิดจากเต้านมเทียม (Implant Failure) เช่นเต้านม,ร่างกายไม่รับเต้านมเทียมที่ใส่เข้าไป
  • ความเสี่ยงจากการดมยาสลบ (Risk from anesthesia)

 

การพักฟื้นหลังการผ่าตัดแก้ไขเสริมหน้าอก / ทำนม

          การพักฟื้นจะคล้ายกับการผ่าตัดเสริมเต้านมครั้งแรก ระยะเวลาในการพักฟื้นอาจจะสั้นกว่า ในกรณีที่ ถอดเต้านมเทียมอย่างเดียว ในบางกรณี อาจจะใช้เวลาในการพักฟื้นนานขึ้น เช่น คนที่ผ่าตัดแก้ไขหน้าอกและยกกระชับด้วย การพักฟื้นขึ้นอยู่กับชนิดของการแก้ไขหน้าอก อาการชาที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดอาจจะกลับมา แต่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป งดการออกกำลังกายประมาณ 6 อาทิตย์


รูปก่อนและหลัง ผ่าตัดแก้ไขหน้าอก (Breast implant revision)


แกลเลอรี ผ่าตัดแก้ไขหน้าอก




Name

Country
Email

Mobile No.

Whatsapp / Viber / Skype / Line etc.

Detail