ศัลยกรรมใบหน้า ชายเป็นหญิง ผ่าตัดแปลงชายเป็นหญิง


หน้าแรก บริการของเรา ศัลยกรรมใบหน้า ชายเป็นหญิง (Facial Feminization Surgery, FFS)

ศัลยกรรมชายเป็นหญิง @ โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง กมล

ศัลยกรรมใบหน้า ชายเป็นหญิง (Facial Feminization Surgery, FFS)



          การผ่าตัดปรับเปลี่ยนรูปหน้าชายเป็นหญิง อาจจะเป็นการผ่าตัดเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างร่วมกันเพื่อให้มีใบหน้าโดยรวมดูสวยงามอ่อนหวาน ดูเป็นผู้หญิง การผ่าตัดปรับเปลี่ยนใบหน้าชายเป็นหญิงเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเพศสภาพ  เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการใช้ชีวิตใหม่ และ มีคุณภาพชิวิตที่ดีขึ้น

          การผ่าตัดใบหน้าชายเป็นหญิง    แต่ละคนจะมีความต้องการที่แตกต่างกันไป  ตามความต้องการและพื้นฐานโครงสร้างของกระดูกและเนื้อเยื่อบนใบหน้าเดิมของแต่ละบุคคล แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือต้องทำให้มีใบหน้าสวยงาม ดูอ่อนหวานแบบใบหน้าผู้หญิง

 

โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล มีหลักในการพิจารณาปรับเปลี่ยนใบหน้าชายเป็นหญิงดังนี้

  1. ดูความสมดุลของสัดส่วนใบหน้า จากบนลงล่าง แบ่งเป็น 3 ส่วนเท่าๆกัน ส่วนบน ส่วนกลาง ส่วนล่าง
  2. ดูความสมดุลขององค์ประกอบบนใบหน้า เช่น ตา ดิ้ว จมูก ปาก โหนกแก้ม
  3. ดูกรอบหน้า เช่น แนวไรผม แนวแก้ม กราม และคาง
  4. ความสมดุลของโครงสร้างกระดูก และเนื้อเยื่อบนใบหน้า
  5. ความสดใส  เต่งตึงของใบหน้า

 

การผ่าตัดปรับรูปหน้าชายเป็นหญิงอาจจะมีการผ่าตัดอย่างเดียว  หรือการผ่าตัดหลายอย่างร่วมกัน โดยพิจารณาจาก  3 ส่วนบนใบหน้าดังนี้

  • ใบหน้าส่วนบน ต้องดูที่ หน้าผาก และคิ้ว
  • ใบหน้าส่วนกลาง ต้องดูที่ ตา จมูก โหนกแก้ม
  • ใบหน้าส่วนล่าง ต้องดูที่ ริมฝีปาก กราม คาง และ กระเดือก

 

การผ่าตัดปรับรูปหน้า และองค์ประกอบให้เป็นหญิงมี การผ่าตัดหลัก ๆอยู่ 8 อย่าง ดังนี้

1. การทำหน้าผากให้เป็นหญิง (Forehead feminization)

  • หน้าผากผู้ชายจะกว้าง และสูงกว่าผู้หญิง
  • หน้าผากผู้ชายจะมีกระดูกโหนกคิ้วสูง พาดยาวจากซ้ายไปขวา แต่หน้าผากผู้หญิงจะเรียบเนียน
  • หน้าผากผู้ชายจะลาดชันไปข้างหลังคล้ายหน้าผากซามูไร

 

การผ่าตัดหน้าผากชายให้เป็นหญิงมีดังนี้

  1. การผ่าตัดกรอกระดูกหน้าผาก (see more)
  2. การผ่าตัดเสริมหน้าผาก  (see more)
  3. ผ่าตัดดึงไรผม (see more)
  4. การผ่าตัดปลูกผมแบบผู้หญิง (see more)

 

โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล มีเทคนิคการศัลยกรรมหน้าผากให้สวยแบบผู้หญิงมีดังนี้

1. กรอหน้าผาก

2. กรอหน้าผากร่วมกับการเสริมหน้าผาก

3. การผ่าตัดยุบกระดูกหน้าผาก

 


รูปที่ 1. แสดงเทคนิคการศัลยกรรมหน้าผากให้เป็นหญิง

 

วัสดุที่ใช้เสริมหน้าผากมีดังนี้

  1. แผ่น ePTFE
  2. ฉีดไขมัน
  3. แผ่นซิลิโคน
  4. PMMA วัสดุ ที่ออกแบบมาให้พอดีกับบริเวณที่ต้องการเสริม

 

2. ผ่าตัดคิ้วให้เป็นแบบผู้หญิง (Eyebrows feminization)

มีความแตกต่าง ของคิ้วแบบผู้หญิง และ ผู้ชายดังนี้

  • คิ้วผู้ชายจะหนาและเป็นเส้นตรง ในขณะที่คิ้วผู้หญิงจะเส้นเล็กและโค้ง
  • คิ้วผู้ชายจะอยู่ระดับกระดูกโหนกคิ้ว หรือต่ำกว่า คิ้วผู้หญิงจะอยู่สูงกว่ากระดูกโหนกคิ้ว

การผ่าตัดคิ้วชายให้เป็นหญิงโดยผ่าตัดดึงคิ้วให้โก่ง และสูงขึ้น  (see more) ส่วนความหนาของคิ้วให้ตัดแต่งออก ให้ได้รูปทรงคิ้วที่สวยงาม

 

Middle Part Middle Part

 

รูปที่ 2. แสดงใบหน้าส่วนกลางหน้าตรงและด้านข้าง

 

3. ผ่าตัดแก้ไขจมูกให้เป็นแบบผู้หญิง (Nose Feminization)

ความแตกต่างของจมูกผู้ชายและจมูกผู้หญิงมีดังนี้

  • จมูกผู้ชายจะกว้างและยาว ขณะที่จมูกผู้หญิงจะแคบและสั้นกว่า
  • จมูกผู้ชายสันจมูกแข็งจะโค้งหรือ ตรง แต่ของผู้หญิงจะโค้งดูอ่อนหวาน

 

โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล มีเทคนิคการผ่าตัดจมูกแบบผู้ชายให้เป็นแบบผู้หญิง 3  แบบดังนี้

1.) Reduction Rhinoplasty  ปรับจมูกให้เป็นหญิงโดยการลดขนาดจมูก

เป็นนการผ่าตัดจมูกด้วยการลอขนาดของ สันจมูก ด้านข้างสันจมูก ปลายจมูก และปีกจมูก (See more)

2.) Augmentation Rhinoplasty  ปรับจมูกให้เป็นหญิงโดยการเพิ่มขนาดจมูก โดยการใช้วัสดุเสริมเช่น epTFE, ซิลิโคน, กระดูกอ่อนหลังหู หรือกระดูกซี่โครง  (see more)

3.) Combined technique of rhinoplasty เป็นการผ่าตัดร่วมกัน ระหว่างการลดขนาดบางส่วน และเพิ่มขนาดบางส่วน

 

4. การผ่าตัดโหนกแก้มให้เป็นหญิง (Cheekbone Femininization)

          โหนกแก้ม เป็นสิ่งสำคัญของใบหน้าโดยรวม ความแตกต่างระหว่างโหนกแก้มผู้ชาย และโหนกแก้มผู้หญิง โดยโหนกแก้มผู้หญิง จะโค้งสวยงาม ทำให้ใบหน้าดูกลมกลืน เต็มอิ่ม แต่ขณะเดียวกันโหนกแก้มของผู้ชายจะต่ำแบน และเป็นมุม 

เทคนิคการผ่าตัด โหนกแก้มให้เป็นผู้หญิงของโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมลมี 3 วิธี

  1. เสริมโหนกแก้ม  (See more)
  2. กรอโหนกแก้ม  (See more)
  3. ยุบโหนกแก้ม  (See more)

 

5. การผ่าตัดตา ให้ดูเป็นหญิง (Eyes Femininization)

          ดวงตาเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่แสดงออกถึงอารมณ์ และความรู้สึก ข้อแตกต่างระหว่าง ดวงตาของผู้ชายและผู้หญิง คือ ตาของผู้ชายจะมีลักษณะตาลึก และแคบ มีกระดูกโหนกคิ้วที่สูง ซึ่งแตกต่างจากตาของผู้หญิง ที่จะมีลักษณะตากลมโตกว่า กว้างกว่า ดูสดใสกว่า 

          โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล มีวิธีการผ่าตัดตา ให้มีลักษณะเป็นผู้หญิง ได้แก่ การผ่าตัดตา แบบแคทอาย เป็นการผ่าตัดตาที่ทำให้เปลือกตาบน ดูเปิดกว้างขึ้น ทำให้หางตาชี้ขึ้น บางครั้งอาจจะต้องการ การดึงหางตาและหางคิ้วด้วย การทำแคทอายจะทำภายใต้การฉีดยาชา และใช้เวลาในการผ่าตัด 2-3 ชั่วโมง โดยการเย็บกล้ามเนื้อตาให้แคบลง แล้วเย็บหางตาให้สูงขึ้น ตัดหนังส่วนเกินออก และเย็บเปลือกตา หลังจากผ่าตัดตา 5 วัน จะทำการตัดไหม โดยผู้ป่วยสามารถกลับเข้าสู่สภาวะ และใช้ชีวิตปกติได้หลังผ่าตัด 7 วัน  (see more)

 

6. ริมฝีปาก (Lips Femininization)

           ริมฝีปากเป็นสัญลักษณ์ของความเซ็กซี่ และความสวยงาม ความแตกต่างระหว่างริมฝีปากชายและริมฝีปากหญิง คือ ริมฝีปากผู้หญิง จะเอิบ อิ่มเผยอ เล็กน้อย มองเห็นฟัน ส่วนริมฝีปากผู้ชายจะบางเป็นเส้นตรงและกว้าง โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล มีการผ่าตัดเปลี่ยนริมฝีปากให้เป็นหญิงดังนี้

  • ยกริมฝีปากบน
  • เสริมริมฝีปาก ให้ดูอิ่ม
  • ลดขนาดริมฝีปาก เพื่อลดขนาด และแก้ไขรูปร่างการทำริมฝีปากให้เป็นผู้หญิง

 (See more)

 

7. กรอ กระเดือก (Adam's Apple)

          กระเดือกเป็น สัญลักษณ์ของเพศชาย การผ่าตัดเอากระเดือกออกมี 2 แบบคือ

  • กรอกระเดือก แบบมีแผลเป็น
  • กรอกระเดือกแบบไร้แผล

 (See more)


8. การผ่าตัดกรามและคาง ให้เป็นหญิง (Chin to Jaw Reduction)

          คางและกราม เป็นส่วนที่สำคัญมากของใบหน้าส่วนล่าง ความแตกต่างของกรามและคางของ ผู้ชายและผู้หญิงดังนี้ คางของผู้ชายจะกว้าง เป็นมุม ยื่นเล็กน้อย ผู้หญิง จะดู โค้งอ่อนหวาน และมีขนาดเล็กกว่าของผู้ชาย กรามของผู้ชาย ดูใหญ่ กว้าง และแข็งแรง กรามของผู้หญิง จะแคบและโค้ง การผ่าตัดคางและกรามให้เป็นผู้หญิง โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล มี 7 วิธีดังนี้ (See more)

 

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดปรับใบหน้าชายเป็นหญิง

  1. ปรึกษากับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผ่าตัดปรับใบหน้าเป็นหญิงเท่านั้น เพราะการผ่าตัดปรับโครงกระดูกหน้ามีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง ต้องใช้ประสบการณ์และความชำนาญสูง ต้องวางแผนการผ่าตัดแต่ละอย่างพร้อมๆกัน
  2. ตรวจสุขภาพ ตรวจเลือด เอ็กเรย์ปอด และ ทำ CT scan ใบหน้าให้พร้อมเพื่อศัลยแพทย์จะได้วางแผนเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับคนไข้ และเตรียมพร้อมที่จะต้องดมยาสลบ
  3. หยุดฮอร์โมน  1-2 อาทิตย์
  4. หยุดยาจำพวกแอสไพริน ยาลดอาการอักเสบ หรือสมุนไพร ที่อาจจะทำให้เลือดออกผิดปกติ หยุดยาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือตามแพทย์สั่ง
  5. หยุดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดโอกาสเกิดเลือดไปเลี้ยงแผลไม่ดี
  6. ในกรณีที่ต้องดมยาสลบให้งดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด 6 ชั่วโมง

 

การดูแลหลังผ่าตัดปรับรูปหน้าชายเป็นหญิง

  • นอนหมอนสูงสองใบ หรือ ครึ่งนั่งครึ่งนอนเพื่อช่วยในการยุบบวมเร็วขึ้น
  • ในกรณีมีแผลผ่าตัดในปาก ให้ใช้น้ำยาบ้วนปากบ่อยๆเพื่อให้ในปากชุ่มชื้นและฆ่าเชื้อโรค
  • ใช้ผ้ารัดหน้าที่โรงพยาบาลให้เพื่อช่วยในการยุบบวม 2-3 อาทิตย์
  • ทำแผลให้สะอาดทุกวัน ไม่ให้มีคราบเลือดเกาะ สระผมได้หลังผ่าตัด 2  วัน
  •  7 วันตัดไหม สามารถกลับไปทำงานได้หลังผ่าตัด 2 อาทิตย์
  • งดออกกำลังกายอย่างหักโหม  1 เดือน
  • มาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง

 

ความเสี่ยง และภาวะแทรกซ้อน หลังผ่าตัดปรับรูปหน้าชายให้เป็นหญิง

  • ติดเชื้อ ( Infection ) จากแผล หรือจาก วัสดุที่ใช้เสริม
  • อาการชา( Numbness )จากบริเวณแผลผ่าตัด หรือใกล้เคียง
  • มีอาการบวม ( Edma )
  • เลือดคั่ง ( Hematoma)
  • ปวดแผล (Pain )อาจจะต้องให้ยาแก้ปวด หรือประคบน้ำแข็ง
  • แผลช้ำเขียว( Bruising)
  • เส้นประสาทฉีกขาด (Nerve damage) อาจจะเสียหายไปชั่วคราวหรือถาวรก็ได้
  • อาจจะมีใบหน้า  หรือองค์ประกอบบนใบหน้าไม่สมดุล ( Asymmetry )
  • เลือดออก ( Bleeding )
  • ร่างกายอาจจะไม่ยอมรับ วัสดุที่ใช้เสริม ( Implant failure)  อาจจะต้องเอาออก
  • แผลหายช้า ( Poor healing)
  • เนื้อตาย (Necrosis)
  • แผลเป็น ( Scarring )

รูปก่อนและหลัง ศัลยกรรมใบหน้า ชายเป็นหญิง (Facial Feminization Surgery, FFS)


See more



รีวิว ศัลยกรรมใบหน้าชายเป็นหญิง


Name

Country
Email

Mobile No.

Whatsapp / Viber / Skype / Line etc.

Detail