เสริมจมูก ศัลยกรรมทําจมูก


หน้าแรก บริการของเรา เสริมจมูก / ศัลยกรรมทําจมูก (Nose Job Surgery / )

ศัลยกรรมใบหน้า @ โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง กมล

เสริมจมูก / ศัลยกรรมทําจมูก (Nose Job Surgery / )



          การเสริมจมูก เป็นการศัลยกรรมจมูก  ยอดนิยมของทั้งหญิงและชาย เพราะจมูกคือ จุดศูนย์กลางของใบหน้า ถ้ามีจมูกที่ โด่งได้รูป ใบหน้าก็จะดูมีมิติ ทำให้องค์ประกอบอื่นๆ ของใบหน้า เด่นชัดและดูดีขึ้น แต่คนเอเชียมักเจอปัญหาสันจมูกแบน ปีกจมูกกว้าง การศัลยกรรมจมูกให้ได้รูปทรงสวยงามจึงเป็นที่นิยมมาก   ทั้งการเสริมจมูกให้โด่งขึ้น การตัดปีกจมูกเพื่อให้ปีกจมูกที่ใหญ่ดูแคบลง  แต่ปัจจุบันวิธีการเสริมจมูกให้ดูโด่งขึ้นมีหลายวิธี  การฉีดสารฟิลเลอร์ การร้อยไหมอาจจะช่วยได้เล็กน้อยแต่การเสริมจมูกจะให้ผลที่ชัดเจนกว่า คงอยู่ถาวร สามารถจัดรูปทรงจมูกให้เหมาะสมกับใบหน้า บุคลิกภาพ เพศ และวัยของแต่ละบุคคล

 

วิธีการเลือกทรงจมูก

การที่ใบหน้าของคนเราจะดูสวยงามนั้นจะต้องประกอบไปด้วยหน้าผาก จมูก คางที่ได้สัดส่วน จมูกก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่นเช่นกัน เพราะคนเราถ้ามีจมูกที่สวยรับกับใบหน้า ย่อมจะสะท้อนถึงบุคลิกภาพอันสง่างาม   และสร้างความมั่นใจให้กับคุณได้เป็นอย่างดี เช่น

  • หากมีใบหน้าที่ดูเป็นเหลี่ยมก็ควรจะมีจมูกที่ดูอ่อนหวาน  ปลายจมูกดูมน  สันจมูกมีส่วนโค้งทำให้ใบหน้าไม่แข็งจนเกินไป 
  • หากมีใบหน้าค่อนข้างกลม เนื้อมาก ควรจะมีจมูกที่ดูโด่งชัดเจนสันค่อนข้างตรง ปลายดูพุ่งทำให้ใบหน้าดูแคบลงและมีมิติมากขึ้น
  • จมูกผู้ชายมักมีเนื้อปลายจมูกหนาและกว้างควรทำจมูกให้ปลายดูโด่งชัดเจน  สันจมูกค่อนข้างตรงและมีสันกลางเล็กๆ (Hump) จะทำให้ใบหน้าดูเรียวและดูแข็งแรงมีพลัง
  • จมูกผู้หญิงที่เริ่มมีอายุ  ควรมีสันจมูกไม่สูงเกินไปโดยเฉพาะระหว่างดวงตาเนื่องจากไขมันใต้ผิวหนังและเนื้อกระดูกบางลง

 

เสริมจมูก (Augmentation Rhinoplasty, Nose Implantation)

การเสริมจมูก เป็นการผ่าตัดที่เอาวัสดุเสริม (Implant) มาวางบนสันจมูกเพื่อให้ได้สันจมูกที่สูงขึ้นกว่าเดิมมีการตัดแต่งรูปทรง  ที่สวยงามกลมกลืนกับส่วนอื่นๆ ของใบหน้า  ผลจากการเสริมจมูก บางท่านอาจทำให้หายใจสะดวกขึ้น ช่วยลดอาการนอนกรนได้

ผู้ที่เหมาะสมผ่าตัดเสริมจมูก

  1. จมูกแบนไม่มีสัน (Flat Nose)  จมูกสั้น (Shot Nose) หรือ จมูกแหงน (Nosed Nose)
  2. มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
  3. มีความคาดหวังบนพื้นฐานของความเป็นจริง
  4. ไม่สูบบุหรี่จัด

            การปรับแต่งรูปทรงจมูก  ของคนเอเชียจะมีลักษณะจมูกแบนไม่มีสันจมูก ปีกจมูกแบนกว้าง  ศัลยแพทย์จะออกแบบแก้ไขรูปทรง เพิ่มสันจมูกและความสูงของปลายจมูกให้โด่งขึ้น โดยคำนึงถึงองศาของมุมระหว่าง  แนวเส้นริมฝีปากบน และ แนวเส้นปลายจมูกถึงฐานแกนจมูก ต้องได้องศาที่เหมาะสม โดยจมูกของผู้หญิงจะประมาณ 95-110 องศา  ผู้ชายจะอยู่ที่ 90-105 องศา ดังรูป

 

แสดงองศาที่เหมาะสมของ แนวปลายจมูก และริมฝีปากบน ในเพศชายและหญิง

รูปที่1. แสดงองศาที่เหมาะสมของ แนวปลายจมูก และริมฝีปากบน ในเพศชายและหญิง

 

วัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูก

  • ซิลิโคนอ่อน (Silicone)
  • เนื้อเยื่อที่มาจากร่างกายของผู้เสริม ได้แก่ กระดูกอ่อนหลังหู ( Ear Cartilage), กระดูกซี่โครง (Rip Cartilage), เนื้อเยื่อ (Soft tissue)
  • e PTFE (expanded POLYTETRAFLUOROETHYLENE )
  • PMMA Customized Implant

ใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดเสริมจมูก  ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 45 นาที - 3 ชั่วโมง แล้วแต่เทคนิค

 

เทคนิคการศัลยกรรมเสริมจมูก

 

แสดงเทคนิคการเสริมจมูก

รูปที่ 2 แสดงเทคนิคการเสริมจมูก

 

เทคนิคการผ่าตัดเสริมจมูก แบ่งตามตำแหน่งของแผล มี 2 แบบ  ได้แก่

1.  การเสริมจมูกแบบแผลในรูจมูก( Closed  Rhinoplasty)

จะมีตำแหน่งการเปิดแผลในรูจมูกประมาณ  6-7 มิลลิเมตร แล้วเลาะไปถึงสันจมูก เพื่อใส่วัสดุ หรือเนื้อเยื่อเข้าไป เทคนิคนี้มีข้อดี คือซ่อนแผลเป็น  อาจจะเปิดรูจมูกข้างเดียว หรือสองข้างก็ได้

2.  การเสริมจมูกแบบเปิดแผลด้านนอก (Open Rhinoplasty)

จะมีการเปิดแผลที่รูจมูกทั้งสองด้าน  ผ่านผิวหนังที่Columella  แล้วเปิดให้เห็นโครงจมูกด้านในทั้งหมด  แล้ววางด้วยวัสดุเหรือเนื้อเยื่อบนสันจมูกพร้อมตกแต่งรูปทรงจมูกโดยรวมให้สวยงาม แล้วเย็บปิดแผล    เทคนิคนี้อาจเห็นรอยแผลเป็น ที่ฐาน Columella 

 

ใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดเสริมจมูก

ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 45 นาที - 3 ชั่วโมง แล้วแต่เทคนิคที่เลือกใช้

 

การผ่าตัดเสริมจมูกสามารถแบ่งประเภทตามการใช้วัสดุหรือเนื้อเยื่อในการเสริมจมูก ซึ่งมีดังต่อไปนี้

ซิลิโคนอ่อน (Silicone Implant)

          การเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคน ยังเป็นวิธีที่นิยมกันมากที่สุด เนื่องจากเป็นวัสดุที่มีปฏิกิริยาต่อต้านจากร่างกายน้อยมาก แกนซิลิโคนอยู่ในร่างกายได้นาน และราคาไม่สูง ในบางรายอาจคงอยู่ได้ตลอดชีวิตโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแกนใหม่ แท่งซิลิโคนที่ใช้ในการผ่าตัด (Implant Grade) ต้องมีความบริสุทธิ์ค่อนข้างสูง วัสดุมีความแตกต่างกันไปขึ้นกับแหล่งผลิด และเทคโนโลยีการผลิต รวมทั้งการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานของรัฐ เช่น  องค์การอาหารและยา  เป็นต้น

          ตัดขึ้นย่อหน้าใหม่ ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมจมูกมีทั้งแบบสำเร็จรูปที่ได้ขึ้นรูปมาแล้ว และแบบที่แพทย์ต้องมาเหลาปรับแต่งรูปทรงเอง ขึ้นอยู่กับความถนัดและความชำนาญของแพทย์แต่ละคนโดยปกติ ซิลิโคนที่เหลาขึ้นมาเอง เพื่อความเหมาะสมของ คนไข้แต่ละคน จะดีกว่าซิลิโคน สำเร็จรูป ซึ่งอาจจะไม่พอดีกับคนไข้ และแพทย์อาจจะมีความลำเอียงได้

 

แผ่นสังเคราะห์ ePTFE (Expanded Polytetrafluoroethylene)

          เป็นวัสดุทางเลือกที่ใช้เสริมจมูก เนื่องจากมีปฏิกิริยาต่อร่างกายต่ำกว่าแท่งซิลิโคน เนื้อเยื่อจมูกสามารถงอกและแทรกเข้าไปประสานกับแกนวัสดุที่เป็นรูพรุน ผิวหนังภายนอกไม่ดูเป็นมันวาว แต่เนื่องจากตัววัสดุมีความแข็งแรงในการคงรูปจมูกน้อยกว่าแกนซิลิโคน และมีราคาสูงกว่า การผ่าตัดซับซ้อนกว่า จึงเป็นทางเลือกเฉพาะผู้ที่ต้องการเน้นความโด่ง เนียนแบบธรรมชาติ

 

กระดูกซี่โครงอ่อน (Rib Cartilage)

          เป็นวัสดุที่มาจากร่างกายของผู้ที่ต้องการเสริมจมูกเอง โดยการผ่าตัดเอากระดูกซี่โครงจากบริเวณใต้ราวนม ผ่านแผลประมาณ 3 ซม. นำกระดูกซี่โครงมา เหลาตกแต่งให้สวยงามเหมาะสม กับรูปหน้าแล้วเสริมเข้าไป  โดยใช้เทคนิคแบบเปิด ( Opened Rhinoplasty ) แพทย์อาจใช้วัสดุอื่นในส่วนประกอบ เช่น เนื้อเยื่อพังผืด (Fascia), ePTFE, Silicone implant ร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนในแต่ละราย เช่น การผ่าตัดแก้ไขจมูก

 

วัสดุอื่นๆ

          เช่น แผ่นผิวหนังเนื่อเยื่อสังเคราะห์ (เนื้อเยื่อเทียม), เนื้อเยื่อจากผู้อื่น (Acellular Dermal Matrix), ผิวหนังของตัวเอง (Dermofat), หรือ ไขมันตัวเอง (Fat Graft) เป็นวัสดุทางเลือกที่สามารถนำมาใช้ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ และความต้องการของแต่ละบุคคล

 

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเสริมจมูก

  1. ปรึกษาแพทย์ เลือกวัสดุเสริมจมูก เลือกเทคนิค   ตรวจสุขภาพ
  2. งดยา ที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น Aspirin ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 5 วัน
  3. งด วิตามิน  หรือสมุนไพร ที่ทานประจำบางชนิด เช่น วิตามิน อี จะทำให้เลือดหยุดยาก
  4. หยุดการสูบบุหรี่ อย่างน้อย 7 วัน

 

วิธีการผ่าตัดเสริมจมูก

  1. การระงับความรู้สึกในระหว่างผ่าตัด ส่วนใหญ่สามารถผ่าตัดด้วยยาชา ส่วนการใช้ยาสลบสำหรับกรณีผ่าตัดแบบแผลเปิด (Opened Technique) หรือการผ่าตัดที่ซับซ้อน
  2. ระยะเวลาในการผ่าตัดเสริมจมูก โดยทั่วไปสำหรับการผ่าตัดแบบปกติโดยใช้ยาชา (Closed Technique) ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1-2 ชั่วโมง ส่วนการผ่าตัดแบบแผลเปิด หรือใช้ซี่โครง ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง

 

ความเสี่ยงของการศัลยกรรมเสริมจมูก

  • การติดเชื้อที่แผล (Infection) หรือ การทำความสะอาดที่ไม่ดีพอ ทำให้เกิดคราบเลือดบริเวณแผลผ่าตัด เพราะฉะนั้นต้องทำแผลให้สะอาดไม่ให้มีคราบเลือดติดอยู่ตรงบริเวณแผลผ่าตัด โดยทั่วไปการผ่าตัดเสริมจมูกตามมาตรฐานการแพทย์จะมีโอกาสการติดเชื้อค่อนข้างต่ำ น้อยกว่า 1% ขึ้นอยู่กับการดูแลแผลผ่าตัดของแต่ละบุคคลในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก รวมทั้งปฏิกิริยาการตอบสนองของร่างกาย ภูมิต้านของแต่ละบุคคล
  •  เลือดคั่ง (Hematoma) ทำให้เกิดการบวมมาก หากภายใน 7 วันยังบวมใหญ่อยู่ให้กลับมาพบแพทย์เพื่อเจาะเอาเลือดเสียออก
  •  จมูกเอียง หรือเบี้ยว  (Asymmetry) มีโอกาสทำใหม่รอบสอง
  • มีโอกาสเกิดแผลเป็น (Scaring )
  • ผลข้างคียงจากการดมยาสลบ (Anesthesia effect) ในกรณีผ่าตัดแบบวางยาสลบ ผู้ป่วยอาจมีอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ อาเจียน ในช่วง 1-2 วันหลังผ่าตัด การพักผ่อนที่เพียงพอจะทำให้อาการหายเร็วขึ้น
  •  
  • อาการปวดหลังการผ่าตัด (Pain)โดยปกติจะมีอาการปวดแผลไม่มาก สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ในช่วงสัปดาห์แรก กรณีที่ผ่าตัดแบบเปิดและใช้ซี่โครง แพทย์จะให้ยาแก่ปวดแบบฉีดในช่วงวันแรกหลังผ่าตัด หลังจากนั้นสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ตามปกติ
  • อาการบวม (Edema) ในระยะ 2 สัปดาห์แรก จะสังเกตุเห็นการบวมค่อนข้างจัดเจน หลังจากนั้นการบวมจะค่อยลดลง รูปทรงจมูกจะค่อยๆเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้นในระยะเวลา 6 – 12 เดือน
  • เนื้อตาย (Necrosis)
  • แผลแยกและมีเลือดออกผิดปกติ (Bleeding) อาจเกิดขึ้นได้ในบางรายที่มีการแข็งตัวของเกร็ดเลือดผิดปกติหรือเลือดออกง่าย ส่วนใหญ่สามารถเย็บแผลแก้ไขได้ในช่วง 2 สัปดาห์แรก
  • สรุป การผ่าตัดเสริมจมูก เป็นการผ่าตัดที่ไม่ซับซ้อน สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติหลังผ่าตัก 7 วัน อาการปวดอาจจะมีบ้าง รับประทานยาแก้ปวด หรือประคบเย็น

 

การดูแลหลังการผ่าตัดเสริมจมูก

  1. การผ่าตัดเสริมจมูก เป็นการผ่าตัดที่ไม่ซับซ้อน สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติหลังผ่าตัด 7 วัน อาการปวดอาจจะมีบ้าง รับประทานยาแก้ปวด หรือประคบเย็น
  2. นอนศีรษะสูงช่วง 2 วันแรก เงยหน้าตรง ใช้หมอนล็อกคอ เพื่อลดการบวม 
  3. งดอาหารเค็ม  1 -2 อาทิตย์ เพื่อลดบวม
  4. ไม่ควรนอนตะแคง 1 สัปดาห์ ป้องกันการเบี้ยว
  5. งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และรับประทานอาหารรสเค็มจัด, เผ็ดจัด และของหมักดอง ประมาณ 1 สัปดาห์
  6. หลังผ่าตัด 24 ชั่วโมง ล้างหน้าเบาๆ ด้วยสบู่อ่อน
  7. ทำความสะอาดแผลผ่าตัดบริเวณ ปลายจมูกด้านที่มีแผลด้วย ไม้พันสำลีจุ่มน้ำต้มสุกให้สะอาดขจัดคราบเลือดแห้งๆ ออก
  8. หลังผ่าตัด 3 วัน ดึงพลาสเตอร์ที่ปิดด้านนอกออกออก
  9. เสริมจมูกไม่ต้องตัดไหม เพราะเป็นไหมละลาย แต่ถ้าเป็นการตัดปีกจมูก แพทย์จะ นัดตัดไหมหลังการผ่าตัด 5 วัน 
  10. แพทย์จะนัดตรวจแผล 1 เดือน หลังการผ่าตัด โดยทั่วไปจมูกจะยุบบวมและเข้าที่ใช้ประมาณ1 เดือน 

 

การพักฟื้นหลังการผ่าตัดเสริมจมูก

          การผ่าตัดเสริมจมูก เป็นการผ่าตัดที่ไม่ซับซ้อน สามารถกลับไปใช้วิตปกติหลังผ่าตัด 7 วัน อาการปวดอาจจะมีบ้าง รับประทานยาแก้ปวด หรือประคบเย็นงดออกกำลังกายหักโหมอย่างน้อย 1 เดือน  ระวังอุบัติเหตุจาก การถูกกระแทกจมูก


รูปก่อนและหลัง เสริมจมูก / ศัลยกรรมทําจมูก (Nose Job Surgery / )




See more



รีวิว ศัลยกรรมจมูก




Name

Country
Email

Mobile No.

Whatsapp / Viber / Skype / Line etc.

Detail