ศัลยกรรมใบหน้า at โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง กมล

ศัลยกรรมปาก (Lips Surgery)

1. ผ่าตัดปากหนาให้บาง  (Lips Reduction)
2. ผ่าตัดยกริมฝีปากบน  (Upper lips lift, Upper lips lift shortening)
3. เสริมริมฝีปาก (Lips Augmentation)

มนุษย์ใช้ปากเป็นเครื่องมือสื่อสาร ปากจึงเปรียบเสมือนการประชาสัมพัมธ์ของบุคคลนั้น จะต้องมีลักษณะของริมฝีปากที่ดี และมีสีแดงอมชมพู ขนาดของปากที่ได้มาตรฐาน ความกว้างของปาก จะมีขนาดกึ่งกลางลูกตาดำทั้งสองข้าง 


ภาพที่ 1. แสดงสัดส่วนของปากบนใบหน้า

 

รูปลักษณะของปากเป็นการบ่งบอกถึงความรู้สึกชีวิต  และจิตใจของเจ้าของริมฝีปากคู่นั้น บางคนปากคว่ำ มองดูแล้วเหมือนคนมีทุกข์  บางคนปากบาง   บางคนก็ปากหนาเกินไป หรือปากเบี้ยว มองดูแล้วก็ไม่สวยงาม  ไม่สมดุลกับใบหน้าอีกด้วย 

 

ลักษณะของริมฝิปากที่ดี

          ต้องอวบอิ่ม มีขอบ มีหยัก มุมปากทั้งสองข้างต้องมีลักษณะตรง หรือช้อนขึ้นเล็กน้อย และได้รูป เหมาะสมกับขนาดของใบหน้า เช่น ใบหน้าใหญ่ควรมีรูปปากกว้าง ใบหน้าอ้วนควรมีริมฝีปากหนา ใบหน้าเล็กควรมีริมฝีปากบางหรือเล็ก เวลาหุบปาก ริมฝีปากบนและล่างต้องปิดสนิท มีรอยพับย่นเป็นระเบียบ รอยพับย่นนี้เปรียบเหมือนสปริงเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในขณะที่พูด ยิ้ม หัวเราะ หรือ ร้องไห้ ริมฝีปากจะต้องมีสีอมชมพู มีความชุ่มชื้น และมีประกายสดใสเป็นธรรมชาติตลอดเวลา 

 

ลักษณะของปากที่ไม่สวยและขนาดไม่สมดุลกับใบหน้า

          เช่น หน้าใหญ่ปากเล็ก หน้าเล็กปากใหญ่ มุมปากตกข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง มุมปากหุบไม่สนิทเห็นฟันได้ชัด รูปปากไม่มีขอบ ไม่มีหยัก หรือโย้ไปข้างใดข้างหนึ่ง ทำให้โหงวเฮ้งไม่ดี มีความเป็นอยู่ไม่สุขสบาย   แต่...ศัลยกรรมตกแต่งริมฝีปาก  สามารถช่วยให้ปากที่ไม่สวยกลับมาเป็นริมฝีปากที่มีขนาดที่พอเหมาะกับใบหน้า มีรอยหยัก อวบอิ่ม สวยงาม และมีสีชมพู ทำให้โหงวเฮ้งดี มีเสน่ห์น่าชวนมอง

 

ตัวอย่างรูปริมฝีมากที่ไม่ได้สัดส่วน

ปากคว่ำ

ปากขวด

ปากบาง

ปากหนา

ปากห้อย

ปากเบี้ยว

ภาพที่ 2. ลักษณะของปาก

 

1. ศัลยกรรมปากหนาให้บาง  (Lips Reduction)

          เพื่อลดขนาดริมฝีปากบนหรือล่างให้บางลง และได้รูป ลักษณะของแผล จะอยู่ในริมฝีบาง ดังแสดงตามภาพ เย็บด้วยไหมละลาย ประมาณ 7-10 วัน ไหมจะหลุดออกไปเอง ถ้ายังหลุดไม่หมด สามารถตัดออกได้

ภาพที่ 3. ภาพแสดงตำแหน่งของแผลผ่าตัดลดขนาดริมฝีบางบนล่าง

ภาพที่ 4. ภาพหลังจากการทำผ่าตัดลดขนาดริมฝีปาก

2. การผ่าตัดยกริมฝีปากบน  (Upper lips lift, Upper lips lift shortening)

          เป็นการปรับแต่งริมฝีปากบนที่ตกลงมาปิดฟันบนจนหมด เวลายิ้ม หรือเวลาพูดจะไม่เห็นฟันบน และเห็นแต่ฟันล่าง ทำให้สัดส่วนระหว่างปลายจมูกและปากบนยาวเกินไป ตามปกติระยะระหว่างขาจมูก (Conlumella) ถึงริมฝีปากบนจะมีระยะประมาณ 12-15 มิลลิเมตร ถ้ายาวเกินไปจะปิดฟัน ทำให้ยิ้มไม่สวย การยกริมฝีปากบนทำให้ระยะระหว่างปลายจมูกและริมฝีปากบนสั้นขึ้น โดย 1. ตัดหนังส่วนเกินบริเวณใต้ฐานจมูกประมาณ 3-4 มิลลิเมตร โดยตัดโค้งไปตามรูปร่างของปีกจมูกข้างหนึ่ง ไปปีกจมูกอีกข้างหนึ่ง หลังจากนั้นจะเย็บดึงผิวหนังและกล้ามเนื้อใต้รูจมูกขึ้นไป โดยให้ริมฝีปากบนอยู่สูงกว่าขอบฟังบนประมาณ 3-4 มิลลิเมตร ดังรูป

 

การผ่าตัดยกริมฝีปาก มี 2 แบบ

1. มีแผลอยู่ที่ใต้จมูกดังรูป

 

2. มีแผลอยู่ที่ขอบริมฝีปากบนดังรูป

ภาพที่ 5. ภาพแสดงตำแหน่งแผลผ่าตัดยกริมฝีปากบน

 

ขั้นตอนการผ่าตัด

1. สามารถใช้ยาชา หรืออาจจะให้ยานอนหลับเล็กน้อย
2. วาดจุดตำแหน่งและความกว้างของผิวหนังที่จะตัดออก
3. ตัดหนังส่วนเกินออก
4. เย็บชั้นผิวหนังด้านในด้วยไหมละลาย
5. เย็บผิวหนังด้านนอก ซึ่งจะต้องตัดไหมหลังผ่าตัด 5-6 วัน

การพักฟื้น ประมาณ 4-5 วัน และเกิดอาการบวมและชาได้

เสริมริมฝีปาก (Lips Augmentation)

เพื่อปรับรูปร่างริมฝีปากบนหรือล่างที่บางเกินไป ให้ดูอูมอิ่ม และได้รูปทรงที่สวยงาม

การเสริมริมฝีปากมีหลายวิธี

1. เสริมโดยการฉีดฟิลเลอร์

          เป็นวิธีที่นิยม เนื่องจากไม่ได้ต้องเปิดแผล จึงไม่มีรอบเย็บ และไม่ต้องฉีดยาชา ชึ่งสารฟิลเลอร์ที่นิยมใช้เป็นสารฟิลเลอร์ในกลุ่ม  Hyaluronic  acid คือ Restylane®, JuvedermTM โดยปกติแล้ว ฟิลเลอร์ที่เติมไปจะค่อยๆ สลายไป จะคงอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน หลังจากนั้นจะต้องไปฉีดใหม่ เนื่องจากสารฟิลเลอร์นั้นได้สลายหมดไป

ภาพที่ 6. ภาพแสดงการเสริมริมฝีปากโดยการฉีดฟิลเลอร์

 

ข้อดี คือ ทำได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนาน และมีโอกาสช้ำเขียวได้น้อย

ข้อเสีย คือ จะต้องไปฉีดซ้ำบ่อยๆ ทำให้สิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่าย และมีโอกาสแพ้สาร Hyaluronic acid ได้

 

2. การผ่าตัดเสริมริมฝีปากด้วย Alloderm

          เป็นที่นิยมมากในการเสริมริมฝีปากให้อวบอิ่ม สามารถเพิ่มขนาด และรูปทรงของริมฝีปากให้งดงามอย่างธรรมชาติ Alloderm เป็นวัสดุที่ทำมาจากธรรมชาติ โดยเป็นชั้นของผิวหนังบางๆ ที่ผ่านกระบวนการนำ Antigen และ Antibody ออก ซึ่งจะไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านเนื้อเยื่อออกจากร่างกาย จึงไม่ทำให้เกิดการแพ้ โดยจะเหลือแต่โครงตาข่ายของโปรตีน และคอลลาเจน การผ่าตัดจะใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ และมีรอยแผลดังภาพ ไหมที่เย็บจะมีเพียงแค่ 2 จุดเท่านั้น โอกาสที่จะเกิดอาการบวมช้ำมีน้อยมาก และสามารถคงรูปร่างได้มากกว่า 5 ปี
 

ภาพที่ 8. ภาพแสดงตำแหน่งที่จะทำการผ่าตัดใส่ Alloderm

 

3. การเสริมแบบใช้วัสดุสังเคราะห์

          เช่น Gore-Tex, SoftForm เป็นวัสดุที่ทำมาจาก Polyetrafluoro-ethylene (e-PTFE) ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ทำหลอดเลือดเทียม จะมีความยืดหยุ่นสูง เนื่องจากเป็นวัสดุสังเคราะห์และมีรูพรุน จึงทำให้มีโอกาสที่จะติดเชื้อ หรือร่างกายอาจจะไม่ยอมรับได้

4. ฉีดไขมันตัวเอง (Fat Graft)

          เป็นการดูดเอาไขมันมาจากส่วนอื่นของร่ายกาย เช่น หน้าท้อง ใต้ท้องแขน มาปั่นแยกเอาเฉพาะไขมันมาฉีดใส่ที่ปาก เพื่อให้ปากอูมอิ่ม

ข้อดี เป็นเนื้อเยื่อจากร่างกายของเราเอง

ข้อเสีย เกิดการสลายของไขมันที่เราฉีดเข้าไป อาจจะหายไปบางส่วน ทำให้รูปทรงของปากไม่สมดุลได้

 

ดูรูปก่อนทำและหลังทำศัลยกรรมปาก