ศัลยกรรมใบหน้า at โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง กมล

ดึงหน้า (Face Lift)

 

การผ่าตัดดึงหน้า

อายุ 30 ปี

อายุ 40 ปี

อายุ 50 ปี


ภาพที่ 1. แสดงความแตกต่างทางใบหน้าเมื่ออายุเพิ่มขึ้น

 

          เมื่อวันเวลาผ่านไปจากอายุ 18-30 ปี จะเป็นวัยที่สวยสดงดงามที่สุด จะมีการเปลี่ยนแปลงใบหน้าที่ดูอูมอิ่ม มีไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของใบหน้า ผิวหนังเต่งตึงเปล่งปลั่งสดใส กล้ามเนื้อกระชับ กระดูกใบหน้าโหนกแก้มเติบโตเต็มที่

         เมื่ออายุย่าง 40 ปี เราจะพบว่าใบหน้าที่ดูอูมอิ่มก็จะเริ่มเหี่ยวย่น เนื่องจากไขมันที่ใบหน้าเริ่มสลายไปบางส่วน ผิวหนังที่เคยเปล่งปลั่งก็จะเริ่มหม่นหมองและแห้งกร้าน กล้ามเนื้อบนใบหน้าเริ่มหย่อนคล้อย เห็นลายเส้นที่หน้าผากชัดเจน เห็นร่องจมูก มุมปากเริ่มตก มีรอยเหี่ยวย่นที่ปากและขากรรไกร

 

ภาพที่ 2. ตำแหน่งที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าเมื่ออายุเพิ่มขึ้น

 

        เมื่อย่างอายุ 50 ปี ใบหน้าที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นจะเป็นมากขึ้น เนื่องจากไขมันที่อยู่บนใบหน้าโดยเฉพาะที่โหนกแก้มได้สลายไปมากขึ้นทำให้โหนกแก้มยุบลง ผิวหนังบริเวณโหนกแก้มตกลงมาอยู่ที่บริเวณเหนือมุมปาก ผิวหนังบริเวณขากรรไกร คาง ใต้คาง มีรอยย่นเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันที่คอก็มีรอยย่นเกิดขึ้นด้วย อาจจะมีไขมันมาสะสมใต้คางทำให้เกิดมีเหนียงใต้คาง ปริมาณของเหนียงขึ้นกับอายุที่เพิ่มขึ้น

อายุ 30 ปี

อายุ 50 ปี

        
ภาพที่ 3. แสดงการเปลี่ยนแปลงผิวหนังและไขมันที่อยู่บนใบหน้าเมื่ออายุเปลี่ยนเพิ่มขึ้น

 

อายุ 30 ปี

อายุ 40 ปี

อายุ 50 ปี

        
ภาพที่่ 4. แสดงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกระดูก  บนใบหน้าเมื่ออายุเพิ่มขึ้น

 

 

อายุ 30 ปี

อายุ 50 ปี


ภาพที่ 5. แสดงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกล้ามเนื้อ  กระดูก และฟัน บนใบหน้า เมื่ออายุเพิ่มขึ้น

 

          การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบนใบหน้า ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 25 ปี จะมีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างของกระดูกและฟัน มีการขยายขนาดและเปลี่ยนแปลงรูปร่างให้ใหญ่ ตามสัดส่วนของการเจริญเติบโต ขณะเดียวกัน ไขมันจะมีการสะสมที่แก้มเยอะขึ้นกล้ามเนื้อบนใบหน้ามีการขยายขนาดเต็มที่ ผิวหนังบนใบหน้า จะมีอูมอิ่มและเต่งตึ่งเต็มที่ เนื่องจากไขมัน คอลลาเจน และน้ำใต้ผิวหนัง ที่มีปริมาณมากทำให้ผิวหน้ามีความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นดีที่สุด ดังนั้นใบหน้าที่มีอายุประมาณ 20-30 ปี จะเป็นใบหน้าที่สวยสดงดงามที่สุด

              เมื่ออายุมากกว่า 30 ปี ขึ้นไปที่ใบหน้าจะเริ่มเห็นริ้วรอยตามตำแหน่งต่างๆ บนใบหน้าเช่น เส้นที่หน้าผาก โหนกแก้มห้อยลง (ดังปรากฏในรูปที่แสดง) ไม่กระชับเหมือนแต่ก่อน มีร่องจมูกลึกขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุ ใต้คาง กราม เริ่มมีไขมันสะสมเป็นลูกๆ โครงสร้างของกระดูกและฟันจะยุบลงเนื่องจากแคลเซียมที่เป็นองค์ประกอบหลักของกระดูกและฟันสลายไป ทำให้กรามเล็กลงฟันห่างขึ้น โครงสร้างของก้อนไขมันและคอลลาเจนบนใบหน้าจะยุบตัวลง เหลือน้อยลงทำให้ผิวหนังบนใบหน้าแห้งและหยาบกร้าน ความหยืดหยุ่นบนใบหน้าน้อยลง เส้นกล้ามเนื้อบนใบหน้ามีขนาดเล็กลง ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อยตามตำแหน่งต่างๆ บนใบหน้า

              เมื่ออายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป เริ่มจะยอมรับใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปไม่ค่อยได้ ต้องการจะมีการปรับเปลี่ยนรูปหน้า แก้ไขริ้วรอยและความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อและผิวหนังส่วนเกินตามตำแหน่งต่างๆ เช่น หน้าผาก ตาบน ตาล่าง โหนกแก้ม กราม และใต้คางที่หย่อนคล้อย ให้ตึงกระชับขึ้น เก็บหนังส่วนเกินออก การผ่าตัดดึงหน้าจะช่วยให้รูปหน้ากลับมาดูดี มีใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยเดียวกัน 10-15 ปี  


การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด  

1. พบแพทย์ปรึกษาแพทย์ วางแผนการผ่าตัด
2. ตรวจสุขภาพร่างกาย ตรวจเลือด, CBC, Electrolyte HIV, EKG, ความดัน, เบาหวาน 
3. งดยาแอสไพริน ก่อนผ่าตัดเพื่อป้องกันเลือดหยุดยาก
4. งดสูบหรี่ก่อนผ่าตัด 2 อาทิตย์ และหลังผ่าตัด 1-2 อาทิตย์ด้วย เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้เลือดไปเลี้ยงที่ผิวหนังไม่ดี จะทำให้แผลสมานกันได้ช้า  

ภาพที่ 6. แสดงการผ่าตัดดึงหน้าภาพที่ 7. แสดงตำแหน่งแผลผ่าตัดดึงหน้า

 

ตำแหน่งของแผลผ่าตัด  จะอยู่บริเวณ เหนือไรผมด้านบน และอยู่หลังใบหูซึ่งจะมองไม่เห็น 


ขั้นตอนการผ่าตัด

1. ทำการผ่าตัดดึงหน้าภายใต้การดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์
2. ศัลยแพทย์จะเปิดแผลบริเวณขมับเหนือหูในไรผม โค้งลงมาบริเวณหน้าหู แล้วอ้อมไปด้านหลังหู หลังจากนั้นเปิดเลาะแยกชั้นของผิวหนังออกจากชั้นของไขมันและกล้ามเนื้อ แล้วก็จะดึงชั้นของไขมัน ศัลยแทพย์จะเปิดเลาะไปในชั้นของ SMAS (Superficial Musculoponeurotic Stytem) แล้วก็เย็บยกกระชับทำให้กล้ามเนื้อที่ใบหน้ายกกระชับขึ้น
3. ดึงผิวหนังมาให้มาปิดแล้วตัดส่วนที่เกินออกแล้วเย็บปิดแผล
4. ศัลยแพทย์อาจจะเปิดแผลที่ใต้คาง ในกรณีที่ต้องดึงยกกระชับผิวหนังที่คอ

          วิธีการผ่าตัดดึงหน้าที่จะช่วยแก้ไขปัญหาการหย่อนคล้อยของแก้ม, คาง, และบริเวณคอซึ่งมักพบในคนอายุ 50- 60 ปีขึ้นไป แต่ก็อาจพบในคนที่มีอายุน้อยกว่าก็เป็นได้ ในบางรายมีไขมันสะสมในบริเวณแก้มและใต้คางก็จะใช้วิธีการดึงหน้าร่วมกับการดูดไขมันประกอบด้วย ผลของการผ่าตัดจะทำให้ คุณมีใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์และสดใสขึ้น ในการผ่าตัดดึงหน้า


เวลาที่ใช้ทำการผ่าตัดดึงหน้า ประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง ภายใต้การดมยาสลบ


การดูแลแผลหลังผ่าตัด 

1. นอนศีรษะสูง เป็นเวลาประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อช่วยลดอาการบวม
2. งดกิจกรรม การออกกำลังกาย ทุกชนิด ที่จะทำให้กระทบกระเทือนแผล ประมาณ 2 อาทิตย์ และห้ามไม่ให้แผลถูกน้ำเป็นเวลา 2-3 วัน
3. สามารถสระผมเบา ๆ ได้ หลังจากการผ่าตัด 2-3 วัน
4. การตัดไหม 5 วัน หลังการผ่าตัดจะต้องตัดไหมส่วนที่อยู่หน้าหูและหลังใบหูก่อน และหลังผ่าตัด 10 วัน จึงจะตัดไหมส่วนที่เหลือที่อยู่บริเวณเหนือไรผมด้านบน ซึ่งผิวหนังบริเวณหนังศรีษะจะหนากว่าส่วนที่อยู่หน้าหู


ปัญหาแทรกซ้อนอาจเกิดขึ้นได้

1. เลือดออก (Bleeding)
2. เลือดคั่ง (Haematoma)
3. อาการชา (Numb) ทีมแพทย์จะต้องใช้วิธีการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพและระมัดระวังสูง เพราะใบหน้าของคนไข้จะมีเส้นประสาทที่สำคัญๆ อยู่หลายเส้น ถ้าทำด้วยความไม่ระมัดระวังจะก่อให้เกิดปัญหาเส้นประสาทขาดได้ 4. แผลเป็น (Scar) 

 

ดูรูปภาพก่อนทำและหลังทำศัลยกรรมดึงหน้า

ภาพก่อนทำ หลังทำดึงหน้า,ศัลยกรรมดึงหน้า,ทำหน้าเด็ก