ศัลยกรรมรูปร่าง โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง กมล

ซิกแพค ชาย / หญิง (Six pack sculpting surgery)

 

          ความโด่ดเด่นของฮอร์โมนแอนโดรเจนในเพศชาย ทำให้เกิดมีขนที่หน้าอก แขน มีลำคอ กระเดือก และกล่องเสียงใหญ่   หน้าอกจะเป็นกล้ามเนื้อทั้งเหนือหน้าอกและตัวหน้าอก หัวนมจะเล็ก ช่วงอกจะเห็นกล้ามเป็นมัดๆ แผ่นหลัง และไหล่จะกว้างกว่าผู้หญิง อกผาย โดยกล้ามเนื้อที่อกจะหนาและแข็งแรง เป็นรูปตัว V ผู้ชายจะมีเอวต่ำ แบน และมีกล้ามเนื้อ ไขมันจะสะสมบริเวณหน้าท้อง และรอบเอว เชิงกรานจะเล็ก และแคบ ก้นและสะโพกจะแบน และแคบกว่าไหล่ แขน และขาจะมีกล้ามเนื้อ และเห็นเส้นกล้ามได้อย่างชัดเจน

การปรับแต่งรูปร่างเพศชาย
1. จะเป็นการปรับแต่งกล้ามเนื้อไหล่ให้กว้างและหนา (Arms zone) 
2. สร้างความกว้างของแผ่นหน้าอก (Pectoral surgery)
3. การปรับกล้ามเนื้อหน้าท้องให้เป็นซิกแพค (Abdominal six pack)

ผู้ที่เหมาะสมในการปรับกล้ามเนื้อหน้าท้องให้เป็นซิกแพค
1. มีร่างกายที่เหมาะสมดังนี้
          1.1 ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ควบคุมเรื่องการทานอาหาร แต่ไม่สามารถขจัดไขมันในบางบริเวณออกไปได้ ถึงแม้จะพยายามแล้ว
          1.2 ผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำแต่มีไขมันไม่มากนัก สุขภาพแข็งแรง   โดยทั้งสองกลุ่มควรมีดรรชนีมวลกาย ไม่เกิน 30 (BMI <30) ถ้าดรรชนีมวลกายเกิน 30 อาจจะต้องพิจารณาเป็นายๆไป ว่าสามารถทำได้แค่ไหน
2. มีผิวหนังที่ค่อนข้างตึง ไม่เหี่ยวย่น
3. ไม่ควรมีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการผ่าตัด
4. ไม่สูบบุหรี่
5. ในผู้ที่ได้รับการดูดไขมันมาก่อนแล้ว แต่ต้องการความชัดเจนขึ้นสามารถทำได้แต่ผลของการผ่าตัดนั้น อาจจะไม่ดีเท่าในรายที่ไม่เคยทำมาก่อน  

รูปที่ 1. ภาพแสดงตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่เกียวข้องกับการทำซิกแพค

 

          ตำแหน่งต่างๆ ของร่างกายจะมีชั้นของไขมันที่แตกต่างกันไป  ในบริเวณที่มีการทำซิกแพคตั้งแต่ใต้ราวนม หน้าท้อง และต้นขา จะมีชั้นของไขมันอยู่ 2 ชั้น คือ ชั้นไขมันที่ติดกับผิวหนังเรียกว่าSuperphicial layer ชั้นไขมันที่ลึกลงไปที่เรียกว่า Deep layer ในบริเวณนี้ตั้งแต่เหนือสะดือขึ้นไปหรือต่ำกว่าใต้สะดือลงมา  ความหนาของชั้นของไขมัน Deep layer  บริเวณใต้สะดือจะมีความหนามากกว่า

          การทำ VASER- Assisted High-Definition Liposculpture (VAHDL) บริเวณหน้าท้องเพื่อสร้างซิกแพค  โดยจะมีการดูดไขมันที่ชั้น Superphicial layer บางตำแหน่งที่ต้องเน้นลายเส้นกล้ามเนื้อให้ชัดเจนจะดูดไขมันชั้น Deep layer จากนั้นจะมีการดูดและตกแต่งทำให้ไขมันห่อหุ่มกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ให้เรียบเนียนและสวยงามแบบธรรมชาติ โดยมีกล้ามเนื้อ 6 มัดเหนือสะดือ ดังรูปที่ 1.

 

รูปที่ 2. ภาพแสดงบริเวณที่มีการดูดไขมันเพื่อปรับแต่งเป็นซิกแพค

 

          ในเพศชายจะเกิดการสะสมของไขมันที่หน้าท้องเป็นหลัก การสะสมไขมันที่หน้าท้องของเพศชายจะมี 2 แบบ 

1. สะสมไขมันทั้งหมดที่บนกล้ามเนื้อหน้าท้อง (Extra abdiminal fat) ดังรูปที่ 3. การดูดไขมันเพื่อสร้างซิกแพคของเพศชายที่มีการสะสมไขมันแบบนี้ จะทำให้ซิคแพคที่ช่วงท้องด้านบนสวยงามเพราะไม่มีไขมันที่อยู่ข้างใต้กล้ามเนื้อมาดันช่วงซิคแพคให้โป่งออกมา

รูปที่ 3.  แสดงตำแหน่งของไขมันที่สะสมเหนือกล้ามเนื้อหน้าท้อง

 

2. สะสมไขมันทั้งหมดที่บนกล้ามเนื้อหน้าท้อง (Extra abdiminal fat) และ ใต้กล้ามเนื้อหน้าท้อง (Intra abdiminal fat ) ดังรูปที่ 4. การดูดไขมันเพื่อสร้างซิกแพคของเพศชายที่มีการสะสมไขมันแบบนี้ จะทำให้ซิคแพคที่ช่วงท้องด้านบนใต้ราวนมโป่งออกมามากว่าปกติ เพราะมีไขมันที่อยู่ข้างใต้กล้ามเนื้อมาดันช่วงซิคแพคให้โป่งออกมาซึ่งไขมันที่อยู่ใต้กล้ามเนื้อนี้ไม่สามารถดูดไขมันออกมาได้เพราะอยู่ในช่องท้อง

รูปที่ 4.  แสดงตำแหน่งของไขมันที่สะสมเหนือกล้ามเนื้อและใต้กล้ามเนื้อหน้าท้อง

 

รูปที่ 5.  แสดงแนวเส้นกล้ามเนื้อหน้าท้องผู้หญิง (Female six pack)

 

การทำซิคแพคในผู้หญิง (Female six pack)
          การตกแต่งกล้ามเนื้อหน้าท้องของผู้หญิงให้เป็นซิคแพคเล็กๆโดยจะเน้นเส้น Semilunar line, Linea alba, Tendinous intersection, Waist line เพื่อให้เกิดกล้ามเนื้อกระชับ  สวยงามและ sexy

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
1. ปรึกษาศัลยแพทย์ และ วิสัญญีแพทย์ 
2. ตรวจเลือดและตรวจร่างกาย 
3. ทานยาหรือปรับยาตามแพทย์แนะนำเพื่อเตรียมตัวผ่าตัด 
4. หยุดยาจำพวกแอสไพริน ยาลดอาการอักเสบ หรือสมุนไพร เพราะอาจจะทำให้เลือดออกมาขึ้นได้ 
5. หลังผ่าตัดต้องนอนโรงพยาบาลอย่างน้อย 1-2 วัน

การดูแลหลังการผ่าตัด
          หลังการผ่าตัดจะมีน้ำเหลืองไหลซึมออกมาจากตำแหน่งแผลที่ดูดไขมัน ซึ่งจะซึมออกมาเรื่อยๆ ประมาณ 4-5 วัน ก็จะหยุดไหลไปเองให้ ทำแผลบริเวณที่ดูดไขมันทุกวันจนกว่าแผลจะแห้งและไม่มีน้ำเหลืองซึมออกมา   ถ้าน้ำเหลืองทีซึมออกมาไม่หายไปใน 4-5 วัน และมีอาการเจ็บปวด บวมแดง เพิ่มขึ้น ควรมาพบศัลยแพทย์ทันที
          หลังทำการดูดไขมัน (VAHDL) จะมีการบวมขึ้นของบริเวณที่ดูด โดยการบวมจะเกิดขึ้นประมาณ 3-4 อาทิตย์หลังผ่าตัด หลังจากนั้นจะยุบบวมและหายสนิทดีในระยะ 3-4 เดือนหลังผ่าตัด
          ควรใส่ชุดรัดกระชับรูปร่างบริเวณที่ทำการผ่าตัดดูดไขมัน (Compression Garment) ไว้ประมาณ 3 เดือน โดยเดือนแรกใส่ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนเดือนที่สองหรือสามให้ใส่เฉพาะตอนนอน การใส่ชุดรัดกระชับรูปร่างจะช่วยให้การยุบบวมและรูปร่างกระชับเร็วขึ้น
          การดูแลแผลหลังผ่าตัดจะรวมถึงการรวดไล่น้ำเหลือง (Lymphatic drainge) ซึ่งจะช่วยให้แผลสมานได้เร็วขึ้น แล้วลดการเกิดแผลเป็นได้ดี
          การออกกำลังกาย สามารถที่จะออกกำลังกายได้ประมาณสัปดาห์ที่ 3 หลังการผ่าตัด

ปัญหาที่พบได้ในการดูดไขมัน (VAHDL)
1. ปัญหาที่เกิดจากการดมยาสลบ
2. รอยช้ำตามตัว มีอาการชาได้บ้าง
3. แผลติดเชื้อ
4. เส้นเลือดอุดตันที่ขา
5. อาการแทรกซ้อนที่ปอดและหัวใจ

 

ดูรูปภาพก่อนทำและหลังทำซิกแพค ชาย / หญิง