ปลูกผม / ปลูกคิ้ว / ปลูกหนวด โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง กมล

การปลูกผมด้วยเทคนิค FUT

การปลูกผมด้วยเทคนิค FUT

Follicular Unit Transplantation (FUT) หรือ Strip Technique เป็น การปลูกผมด้วยวิธีเก่า ซึ่งต้องได้รับการผ่าตัด และเป็นวิธีที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในการปลูกผมมาเป็นเวลานาน แต่ในปัจจุบันการปลูกผมได้รับการพัฒนามาเป็นเทคนิคการปลูกผมแบบไร้รอยแผลหรือปลูกผมไร้แผลเป็น โดย การเจาะเอาเซลล์รากผม (FUE) โดยเทคนิคนี้ กำลังเป็นที่กล่าวถึงและนิยมมากขึ้น อาจเนื่องจากไม่มีแผลเย็บ ไม่น่ากลัวเหมือนวิธีปลูกผมแบบทั่วไปเพราะหลายคนกลัวผ่าตัด เทคนิคการเจาะรากผมออกมาปลูกจึงตอบโจทย์นี้ แต่อย่างไรก็ตาม ศัลยกรรมปลูกผมแบบทั่วไปโดยใช้เทคนิค strip FUT ยังเป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป

ระยะแรกหลังการผ่าตัด เส้นผมจะร่วงไปก่อนโดยรากผมจะเข้าสู่ระยะพักประมาณ 3-4 เดือน จึงเริ่มงอกขึ้นมาใหม่ อัตราการยาวของเส้นผมจะเท่ากับเส้นผมปกติตามธรรมชาติ ดังนั้น ระยะเวลาที่ผมจะยาวทันกันและให้ผลปรากฏที่สวยงาม จึงอยู่ที่ประมาณ 8-10 เดือน

ข้อดีของ FUT
ในการผ่าตัดโดยใช้เทคนิคแบบ FUT(ในคนไข้รายเดียวกัน) เพียงครั้งเดียว อาจจะได้จำนวนกอผม (กราฟ) สูงสุดถึง 3,500 กราฟ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพความสมบูรณ์ของหนังศีรษะคนไข้ กราฟได้รับการแยกโดยกล้องจุลทรรศน์ ทำให้สามารถระวังในการคัดแยกกราฟได้ดี กราฟบอบช้ำน้อย และเนื้อเยื้อของกราฟที่ได้มีความสมบูรณ์กว่า ใช้ระยะเวลาในการปลูกผมสั้นกว่าเมื่อเทียบกับเทคนิคการปลูกผมแบบ FUE นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการปลูกผมถูกกว่าอีกด้วย

 

ข้อเสียของ FUT
แผลเป็นมีลักษณะเป็นแนวยาว ต้องใช้บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญจำนวนมาก โดยเฉลี่ย 6 – 8 คน ต่อคนไข้ 1 คน

 

ขั้นตอนการปลูกผมด้วยเทคนิค FUT
แพทย์ทำการวาดแนวผมที่จะทำการปลูก แพทย์ทำออกแบบและวาดแนวผมที่จะทำการปลูกใหม่ ให้เหมาะสมกับลักษณะโครงหน้าของคนไข้ พร้อมทั้งทำการคัดเลือกรากผมบริเวณหนังศรีษะด้านหลังส่วนของท้ายทอยยาวจนถึงใบหู (ความกว้างของแถบจะประมาณ 1-2 เซนติเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนกอผม(กราฟ)ที่คนไข้ต้องใช้ในการปลูกผม) ผมคนไข้จะถูกรวบไว้ด้วยเทปกาวและผมบริเวณนั้นถูกตัดให้สั้นลง

   

ฉีดยาชาเฉพาะที่รอบแนวหนังศรีษะที่จะตัด
หนังศีรษะที่จะตัดออกจะถูกวาดไว้ เป็นแนว ฉีดยาชาเฉพาะที่โดยตลอดรอบแนวที่จะตัด

   

เริ่มผ่าตัดโดยใช้เทคนิคแบบเปิด (Open Technique)
หลังยาชาออกฤทธิ์ แพทย์จะเริ่มผ่าตัดด้วยการกรีดตามแนวแผลที่วาดไว้ตื้นๆ จากนั้นใช้ตะขอเล็กๆเกี่ยวขอบแผลทั้งสองข้าง ดึงแยกแผลออกจากกันในแนวตรงกันข้าม ในขณะที่ใช้มีดค่อยๆเลาะไปด้วยความระมัดระวัง จึงสามารถมองเห็นแนวรากผมที่เราจะผ่าได้อย่างชัดเจน

   

การเย็บแผล
หลังจากตัดหนังศีรษะออกไปแล้ว แผลจะถูกเย็บปิดด้วยไหมละลาย และเย็บตรึงห่างๆ ด้วยไหมไม่ละลายอีกชั้น เพื่อให้ แผลปิดสมานกันเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อครบ 7 วันแพทย์จะนัดมาตัดไหม

   

การหั่นกราฟ
หนังศีรษะชิ้นยาวที่ตัดออกมา จะถูกแล่เป็นชิ้นบางๆ (Slivering) จากนั้น ก็จะถูกนำไปแบ่งเป็นแต่ละเซลล์รากผม (Follicular Unit) ภายใต้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยาย 10 เท่า แต่ละเซลล์รากผมหรือกอผม จะมีเส้นผมประมาณ 1-4 เส้น (micrografts) โดยจะแยกไว้เป็นกลุ่มแช่ไว้ในน้ำยารักษารากผม เพื่อคงความสมบูรณ์และลดการตายของรากผมก่อนนำไปปลูก

   

การฝังกราฟ
ก่อนจะทำการปลูกผม แพทย์จะทำการฉีดยาชาเฉพาะที่ 2 จุด รอบเส้นประสาทเหนือหัวคิ้วทั้งสองข้างก่อนที่จะเจาะรูเพื่อปลูกรากผม หลังฉีดยาชา บริเวณหน้าผากจนถึงกลางศีรษะจะรู้สึกชา และฉีดยาห้ามเลือดผสมในน้ำเกลือเข้าไป เพื่อให้หนังศีรษะโป่งและพองตัวขึ้น จากนั้น แพทย์จะทำการเจาะรู และหยิบเซลล์รากผม ที่จะปลูกใส่ลงไปในรูที่เจาะเตรียมไว้แล้ว เพื่อเพิ่มความหนาแน่นในจุดที่ต้องการ ซึ่งอาจจะมีเลือดซึมบริเวณที่เจาะเพียงเล็กน้อย ผู้ป่วยอาจเกิดการบวมบริเวณหน้าผากหลังการ ปลูกผม หรืออาจมีอาการชาบริเวณหนังศีรษะหลังการปลูกผมได้ ซึ่งอาการดังกล่าวก็มักจะหายไปได้เอง

   

กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
คนไข้สามารถสระผมได้ในวันรุ่งขึ้นหลังการปลูก และสระได้ทุกวันหลังจากนั้น โดยไม่ต้องกังวลว่าแผลจะอักเสบหรือติดเชื้อ (ทางเราจะทำการสระผมพร้อมสอนวิธีการสระผมให้คนไข้เป็นเวลา 5 วัน) หลังผ่าตัดให้ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และสามารถนอนหงายได้ปกติ แต่ควรจะคาดผ้า (head band ) ไว้สักระยะ ส่วนใหญ่แนะนำ 5 วันเพื่อป้องกันอาการหน้าบวม ระยะแรกหลังการผ่าตัด เส้นผมจะร่วงไปก่อนโดยรากผมจะเข้าสู่ระยะพักประมาณ 3-4 เดือน จึงเริ่มงอกขึ้นมาใหม่ อัตราการยาวของเส้นผมจะเท่ากับเส้นผมปกติตามธรรมชาติ ดังนั้น ระยะเวลาที่ผมจะยาวทันกันและให้ผลปรากฏที่สวยงาม จึงอยู่ที่ประมาณ 8-10 เดือน

   

 

ดูรูปก่อนทำและหลังทำการปลูกผมด้วยเทคนิค FUE