ศัลยกรรมชายเป็นหญิง โรงพยาบาลกมล ศัลยกรรมตกแต่งและแปลงเพศ

เสริมหน้าอก ชายเป็นหญิง (Feminine breast augmentation)

 

          การได้รับใช้ฮอร์โมนเพศหญิง (Estrogen) ของสตรีข้ามเพศ (Transgender) มาเป็นเวลานานมากกว่า 1 ปีขึ้นไปจะมีการกระตุนต่อมน้ำนมให้เติบโตขึ้นบ้าง แต่อย่างไรก็ตามไม่สามารถทำให้มีหน้าอกมีขนาดใหญ่เท่าที่ต้องการได้ จึงจำเป็นที่จะต้องเสริมเต้านม เพื่อให้มีขนาดและรูปทรงเหมือนธรรมชาติ การเสริมหน้าอก ชายเป็นหญิง ศัลยแพทย์จะต้องมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษเพราะกล้ามเนื้อหน้าอกของชายจะแข็งแรงมากกว่าผู้หญิงแท้ๆ การจัดทรงทำได้ยากกว่า ประกอบกับการมีไหล่กว้างกว่า และตำแหน่งของหัวนมผู้ชายไม่ได้อยู่กึ่งกลาง จะค่อนไปทางด้านข้างมากกว่า ดังนั้นเทคนิคการผ่าตัดและประสบการณ์ของศัลยแพทย์จะช่วยให้ความสมดุลระหว่างการเกิดร่องอก และตำแหน่งของหัวนมต้องไม่ออกไปด้านข้างมากเกินไป จึงจะได้รูปทรงที่สวยงาม ขณะเดียวกันการเลือกขนาดและแบบชนิดของซิลิโคน (High Profile, Medium Profile Implants) ให้เหมาะสมกับความกว้างของไหล่ และตำแหน่งของหัวนม จึงจะทำให้ได้เต้านมที่สวยงามและเหมาะสมกับรูปร่าง 

 

แผลการผ่าตัดมี 3 แบบ คือ

แผลปานนม
แผลใต้รักแร้
แผลใต้ราวนม

ชนิดของวัสดุเต้านมเทียม

ถุงเต้านมเทียมผิวทราย บรรจุซิลิโคนเนื้อเจล
ถุงเต้านมเทียมผิวเรียบ บรรจุซิลิโคนเนื้อเจล
ถุงเต้านมเทียมผิวเรียบ บรรจุน้ำเกลือ ชนิดเติม
ถุงเต้านมเทียมผิวเรียบ บรรจุน้ำเกลือ สำเร็จรูป

 

คุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมหน้าอก

1. มีความคาดหวังในความเป็นจริง
2. มีสภาวะทางจิตใจที่มั่นคง
3. มีร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง
4. มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

 

          การเสริมหน้าอก เป็นการผ่าตัดด้วยการใช้ซิลิโคนโดยศัลยแพทย์  มีวิธีการเปิดแผลใต้ราวเต้านม เปิดแผลบริเวณปานนม โดยการวางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ แม้ว่าการเสริมเต้านมในสาวประเภทสองและผู้หญิงทั่วไปมีวิธีการผ่าตัดที่ไม่แตกต่างกันนัก แต่ลักษณะทางกายภาพนั้นแตกต่างกัน เนื้อของสาวประเภทสองนั้นจะมีลักษณะเนื้อที่ตึงและมีไขมันน้อยกว่าผู้หญิง  เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของการเสริมเต้านมให้เหมือนผู้หญิง  การมีเทคนิคทางเลือกที่หลากหลายจึงเกิดขึ้นในการศัลยกรรมเต้านมเพื่อให้เหมาะกับต้องการของแต่ละบุคคล  ผู้ที่ผ่าตัดควรทราบว่าศัลยกรรมการเสริมเต้านมสามารถเลียนแบบเต้านมผู้หญิงได้ไม่สมบูรณ์แบบ

 

การผ่าตัดลดขนาดเต้านม (BREAST REDUCTION SURGERY)

          ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝันที่จะมีหน้าอกที่สวยงาม การที่มีขนาดใหญ่เกินไม่สมดุลกับตัว ทำให้มีปัญหาเรื่องการปวดหลัง หรือปวดเมื่อยบริเวณหัวไหล่ เพราะต้องแบกรับน้ำหนักของหน้าอก และหาเสื้อผ้าใส่ยาก การผ่าตัดลดขนาดของเต้านม จึงเป็นการช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้โดยตรง ทำให้คุณผู้หญิงที่มีหน้าอกใหญ่เกินความต้องการ ไม่ต้องทนปวดหลัง ปวดไหล่ และต้องทนแบกรับน้ำหนักของเต้านมอีกต่อไป

 

การผ่าตัดลดขนาดเต้านม มี 2 วิธี

1. การดูดไขมันจากเต้านม แพทย์จะทำการดูด ไขมันสำหรับรายที่มีขนาดหน้าอกไม่ใหญ่มากนัก ข้อเสียคือไม่สามารถจะควบคุม รูปทรงของเต้านมได้ดี และไม่สามารถกำหนดขนาดที่ต้องการได้ตามความพอใจ
2. การผ่าตัดเต้านม สำหรับผู้ที่มีขนาดหน้าอกใหญ่มาก: แพทย์จะทำการผ่าเลาะผิวหนังออกคล้ายรูป ตัวทีหงาย Inverted-T Scar (ตามตัวอย่างในรูปภาพ A) และทำการตัดเอาไขมัน และเนื้อออกเพื่อ ให้ได้เต้านมตามขนาดที่ต้องการ จากนั้นทำการเย็บผิวหนังและหัวนมกลับเข้าที่ (ตามรูปภาพ B)



          ซึ่งข้อดีของการผ่าตัดลดขนาดเต้านม คือ จะได้หน้าอกตามขนาดและรูปทรงใกล้เคียงกับที่ต้องการ แต่อาจมีแผลเป็นที่เห็นชัดเจน จึงควรปรึกษาแพทย์ ให้มั่นใจก่อนการตัดสินใจ ระยะเวลาการผ่าตัด ประมาณ 3-5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดของเต้านม


การดูแลหลังผ่าตัด
การดูแลแผลผ่าตัดต้องระวังไม่ให้แผลถูกน้ำ ประมาณ 2-3 วัน หลังการผ่าตัด และทำความสะอาดแผลตามที่แพทย์แนะนำ

 

ดูรูปภาพก่อนทำและหลังทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก